"สื่อมวลชน" เหยื่อความรุนแรงทางการเมือง

THAILAND'S VIOLENCE, KING'S SILENCE

วันเสาร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2553

Thai E-news: ช็อก!วิกิปูดพธม.วางแผนสาวกตาย 2 โหลปูทางปฏิวัติ พลาดเป้าดับแค่ 2 โจกลิ้มแถWikileaksมั่ว



น้ำลดตอผุดดดดดด: Thai E-news: ช็อก!วิกิปูดพธม.วางแผนสาวกตาย 2โหลปูทางปฏิวัติ พลาดเป้าดับแค่ 2 โจกลิ้มแถ Wikileaks มั่ว

วีรชนหรือเหยื่อ?-แกนนำพันธมิตรฯยกย่องให้สารว้ตรจ๊าบกับน้องโบว์เป็นวีรชน แต่จากข้อมูลที่แฉโดยวิกิลีกส์ล่าสุดชี้ว่าทั้งสองอาจเป็นเหยื่อของแผนการที่แกนนำกระหายเลือดที่หวังว่าจะมีผู้เสียชีวิตซัก 20 คนเพื่อปูทางให้ทหารทำรัฐประหาร
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา มติชนออนไลน์ และ นสพ.The Guardian
มติชนออนไลน์รายงานว่า เมื่อไม่นานมานี้ วิกิลีกส์ได้เผยแพร่เอกสารรายงานของนายอีริค จี. จอห์น อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย ว่า เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2551 หนึ่งเดือนหลังเหตุการณ์ 7 ตุลาคม 2551 นายจอห์นรายงานถึงการสนทนากับสมาชิกตระกูลมหาเศรษฐีของไทยคนหนึ่งที่มีเส้นสายกว้างขวาง ซึ่งวิกิลีกส์ลบชื่อออก (ใช้ชื่อ สมมุติว่า นาย ก.) มีการสนทนากันหลายเรื่อง และในตอนหนึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับเหตุการณ์ 7 ตุลาคม 2551 โดยระบุถึงการวางแผนของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
"นาย ก.เชื่อว่าพันธมิตรยังวางแผนจะให้เกิดการนองเลือดระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่จนทำให้ทหารออกมายึดอำนาจ นาย ก.เสริมคำพูดของเขาด้วยข้อมูลที่ว่า เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม เขาร่วมทานอาหารเย็นกับผู้นำพันธมิตรคนหนึ่ง ซึ่งผู้นำพันธมิตรคนนั้นบอกเขาว่าพันธมิตรเตรียมยั่วยุให้รัฐใช้ความรุนแรงในระหว่างการประท้วงหน้ารัฐสภาในวันรุ่งขึ้น คือ 7 ตุลาคม ผู้นำพันธมิตรคนนั้นได้คาดการณ์ว่า ทหารจะออกมายึดอำนาจในคืนวันที่ 7 ตุลาคม นาย ก.ยังยืนยันว่า แม้จนขณะที่พูดกันอยู่ พันธมิตรยังหวังจะสร้างสถานการณ์ปะทะขึ้นใหม่เพื่อให้คนตายอีกสักกว่า 20 ศพ อันจะทำให้การที่ทหารออกมายึดอำนาจสมเหตุผล"
เหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม 2551 มีผู้ชุมนุมพันธมิตรเสียชีวิต 2 รายคือน้องโบว์กับสารว้ตรจ๊าบ ตกเย็นวันนั้นมีรถถังของทหารขับมาลานพระรูปทรงม้า ท่ามกลางการโห่ร้องดีใจของผู้ชุมนุม แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อผู้นำทางทหารอ้างว่ามาเพื่อรักษาความสงบ ไมได้ออกมายึดอำนาจตามที่ผู้ชุมนุมพันธมิตรโหยหา
มติชนรายงานข่าวนี้ในเวลา20.20 น.เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. แต่จนกระทั่งถึงเวลา08.30น.เช้าวันนี้(25ธ.ค.)ยังไม่มีปฏิกริยาใดๆจากเวบไซต์ASTVผู้จัดการ กระบอกเสียงชวนเชื่อของพันธมิตร ซึ่งปกติทำตัวเป็นไม้เบื่อไม้เมากับมติชน

อย่างไรก็ตามนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้นำพันธมิตรได้พูดผ่านรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ออกอากาศทาง เอเอสทีวี ช่วงเวลา 20.30-22.30 น. วันศุกร์ที่ 24 ธันวาคม โดยแก้ตัวให้ชนชั้นนำของไทยกรณีกล่าวพาดพิงในทางมิบังควรต่อรัชทายาทว่า ขบวนการข่าวลับระหว่างประเทศ มักตีไข่ใส่สีเลือกข้าง ล้วงความลับจากคนวงในแล้วแอบอ้างชื่อคนมีชื่อเสียง ดังนั้นความเห็นในข้อความที่ "วิกิลิกส์" แฮ็กข้อมูลของไทยจึงไม่จริงทั้งหมด มั่นใจ พล.อ.เปรม ไม่ซี้ซั้วคุยปฎิวัติ 19 ก.ย.
ผมจะบอกให้ ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเรา ไม่ซี้ซั้ว อย่าง พล.อ.เปรม ท่านไม่ซี้ซั้วคุยอย่างนี้หรอก ธรรมดาคนใกล้ชิดท่านยังไม่คุยเลย
อย่างไรก็ตามสนธิไม่ได้กล่าวถึงเรื่องที่วิกิลีกส์แฉข้อมูลผู้นำพันธมิตรวางแผนให้คนตายจำนวนมากเพื่อปูทางไปสู่การรัฐประหาร แต่แผนการล้มใหลวเพราะมีคนตายแค่ 2 คนแต่อย่างใด
*************
ข้อมูลเรื่องนี้ของวิกิลีกส์ที่หนังสือพิมพ์GUARDIANเผยแพร่:THAKSIN'S ENEMIES' PLANS FOR VIOLENCE ซึ่งในข่าวนี้บอกว่าผู้นำพันธมิตรวางแผนว่าน่าจะเกิดการตายไม่น้อยกว่า 2 โหล( two dozen deaths )
————————————-
9. (C) XXXXXXXXXXXX believed PAD continued to aim for a violent clash that would spark a coup. He asserted that he had dined on October 6 with a leading PAD figure (NFI), who explained that PAD would provoke violence during its October 7 protest at the parliament. The unnamed PAD figure predicted (wrongly) that the Army would intervene against the government by the evening of October 7.
XXXXXXXXXXXX asserted to us that PAD remained intent on a conflict that would generate at least two dozen deaths and make military intervention appear necessary and justified

ช่วยกันขยาย …เปิดเอกสาร DSI (?) : กรณี 6 ศพวัดปทุมฯ

หมายเหตุ: ประชาไทได้รับเอกสารชิ้นนี้จากแหล่งข่าวที่ไม่อาจเปิดเผย เป็นบันทึกการสอบปากคำพยานและผู้เกี่ยวข้องในเหตุการณ์สังหารประชาชน 6 ศพภายในวัดปทุมวนารามเมื่อวันที่ 19 พ.ค.53 โดยหัวกระดาษระบุว่าเป็นเอกสารของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเป็นเอกสารฉบับเดียวกันหรือไม่กับที่นายจตุพร พรหมพันธ์ กล่าวอ้าง และนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ได้ออกมาปฏิเสธอย่างชัดเจน ประชาไทพิจารณานำเผยแพร่ด้วยตระหนักว่า กรณีนี้เกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพ และความเป็นธรรมของผู้สูญเสีย ซึ่งเป็นชะตากรรมร่วมของสังคมประชาธิปไตยไทย ทั้งนี้เพื่อให้สังคม ผู้อ่าน และหน่วยงานต่างๆ ได้ใช้วิจารณญาณ ร่วมกันตรวจสอบ รวมถึงชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

บทคัดย่อ
เอกสารดังกล่าวมีการสอบปากคำพยาน จำนวน 41 ปาก แบ่งเป็น ญาติผู้ตาย ประชาชนผู้เห็นเหตุการณ์ อาสาสมัครพยาบาลในเต๊นท์พยาบาล เจ้าหน้าที่ของวัดปทุมฯ ผู้สื่อข่าวต่างชาติ เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ถ่ายภาพไฟไหม้เซ็นทรัลเวิร์ล รวมถึงเจ้าหน้าที่ทหารที่ประจำการอยู่บนรางรถไฟฟ้าบีทีเอส
พยานเจ้าหน้าที่ทหารระดับหัวหน้าชุดปฏิบัติการให้ปากคำว่า ประจำที่กองพันรบพิเศษที่ 1 กรมรบพิเศษที่ 2 ลพบุรี เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการ นำกำลังเข้ามารับผิดชอบที่ปทุมวัน (ฉก.ปทุมวัน) จำนวน 4 ชุด ปฏิบัติการโดยรับผิดชอบที่บนรางรถไฟฟ้า ตั้งแต่สถานีสนามกีฬา บนรางรถไฟฟ้าชั้น 2 (บนสุด) บนรางรถไฟฟ้าชั้น 1 ฝั่งวัดปทุมวนาราม ฝั่งขวาทางด้านโรงหนังสยาม โดยจะมี ร.31 พัน 2 รอ.รับผิดชอบบนด้านล่างที่บนถนนพระราม 1 ในเวลาประมาณ 18.00 น. ของวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 พยานพร้อมกำลังเข้าเคลียร์พื้นที่ที่ได้รับมอบหมาย พยานได้ยินเสียงในแนวราบแจ้งให้คุ้มกันให้ พยานจึงได้สั่งให้กำลังอีกชุดหนึ่งเข้าคุ้มกันการปฏิบัติหน้าที่ของแนวราบตามที่ร้องขอ โดยมีกำลังปฏิบัติหน้าที่รางรถไฟฟ้าชั้น 1 ฝั่งวัดปทุมวนารามจำนวน 7 นาย อีก 2 นาย อยู่ประจำสถานีรถไฟฟ้าสยาม ส่วนพยานไม่สามารถลงมาจากชั้น 2 ได้ เพราะเกรงว่าอาจจะเกิดการเข้าใจผิดกันได้ พยานทราบว่าชุดปฏิบัติการของพยานได้มีการยิงตอบโต้กับกำลังติดอาวุธที่อยู่ภายในวัดปทุมวนาราม และถนนพระราม 1 บริเวณตอม่อ พยานไม่ทราบว่ามีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตหรือไม่ พยานทราบว่าไม่มีการยิงต่อสู้กันที่บนรางรถไฟฟ้าบีทีเอสแต่อย่างใด มีการยิงต่อสู้กันประมาณ 10 นาที ในเวลาประมาณ 18.10 น. พยานสั่งให้ชุดปฏิบัติการดังกล่าวถอนกำลังไปอยู่ที่สถานีรถไฟฟ้าสยาม พยานทราบว่าชุดปฏิบัติการดังกล่าวกลับมาที่สถานีรถไฟฟ้าสยามในเวลาประมาณ 19.45 น. และอยู่ที่สถานีดังกล่าวจนถึงเช้าวันที่ 20 พฤษภาคม 2553 พยานให้การว่าพยานใช้อาวุธปืน เอ็ม 16เอ4 (M16A4) ส่วนชุดปฏิบัติการฝั่งวัดปทุมวนารามใช้อาวุธปืน เอ็ม 16เอ2 (M16A2) พยานให้การว่าพยานพร้อมชุดปฏิบัติการนี้ใช้กระสุนปืนขนาด 5.56 มม. เป็นชนิด เอ็ม855 (M855) ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างคือหัวกระสุนชนิดดังกล่าวนี้จะเป็นหัวสีเขียว
เจ้าหน้าที่ทหารอีกรายหนึ่งให้การว่าประจำที่กองพันจู่โจม กรมรบพิเศษที่ 3 ปฏิบัติหน้าที่เป็นรองหัวหน้าชุดปฏิบัติการ ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 เวลาประมาณ 18.00 น. พยานซึ่งรับผิดชอบบนรางรถไฟฟ้าบีทีเอสฝั่งวัดปทุมวนาราม พยานให้การว่าเห็นชายชุดดำที่ตอม่อบนถนนพระราม 1 พยานจึงได้ยิงใส่กลุ่มชายดังกล่าวไป 7 นัด เวลาประมาณ 18.10 น. เห็นชายที่บริเวณมุมกุฏิมีอาวุธปืนจึงยิงใส่ไป 1 นัด เวลา 18.20 น. ได้รับคำสั่งให้ถอนกำลังจากบนรางรถไฟฟ้า วันที่ 20 – 21 พฤษภาคม 2553 ทำหน้าที่คุ้มกันชุดเก็บกู้ระเบิด และวันที่ 22 พฤษภาคม 2553 ได้ถอนกำลังกลับไปที่กระทรวงพลังงาน พยานให้การว่าใช้อาวุธปืนประจำกายที่ปฏิบัติหน้าที่นี้เป็นปืน เอ็ม16เอ2 (M16A2)ใช้กระสุนปืนขนาด 5.56 มม. เป็นชนิด เอ็ม855 (M855)
เจ้าหน้าที่ทหารรายหนึ่ง ให้การว่าประจำที่กองรบพิเศษที่ 3 ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 พยานร่วมปฏิบัติหน้าที่บนรางรถไฟฟ้าบีทีเอสเพื่อคุ้มกันชุดในแนวราบตามคำสั่งทีได้รับมอบหมายพยานใช้อาวุธปืน เอ็ม16เอ2 (M16A2)ใช้กระสุนปืนขนาด 5.56 มม. เป็นชนิด เอ็ม855 (M855) พยานได้ใช้อาวุธปืนยิงขู่ไปที่กำแพงวัดปทุมวนาราม
ส่วนอีกรายหนึ่งประจำการบนรางรถไฟฟ้าบีทีเอสเพื่อคุ้มกันชุดในแนวราบตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายพยานใช้อาวุธปืน เอ็ม16เอ2 (M16A2)ใช้กระสุนปืนขนาด 5.56 มม. เป็นชนิด เอ็ม855 (M855) และได้ใช้อาวุธปืนยิงไปจำนวน 4 นัด เพื่อขู่ชายชุดดำที่อยู่ใต้สะพานลอยคนข้าม ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารอีกคนหนึ่งใช้อาวุธปืน เอ็ม16 ยิงไปจำนวน 4 นัดขึ้นฟ้า เพื่อให้คนที่อยู่ใต้ท้องรถออกมา โดยพยานตะโกนให้ออกมาจากใต้ท้องรถและถอดเสื้อ
อย่างไรก็ตาม มีพยานเจ้าหน้าที่ทหารหลายรายระบุว่าได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติการร่วมกันกับคนอื่นๆ แต่ไม่ได้ใช้อาวุธปืนยิงใครแต่อย่างใด
นอกจากนี้ในเอกสารดังกล่าวยังระบุถึงพยานเอกสาร ได้แก่ รายงานการชันสูตรพลิกศพ หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ คำสั่งศูนย์ปฏิบัติการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ สำเนาบัญชีเบิกจ่ายอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนของหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ฯลฯ แผ่นซีดีจากพยาน รวมถึงพยานวัตถุ ได้แก่ ปลอกกระสุนจำนวน 2 ปลอก กระสุนปืนจำนวน 1 นัดฯ
0000














 

23-12-10 codeลับยายไฮ Hi s……..

ตอนนี้ เป็นช่วงเวลาที่ ครอบครัวของลุง พระศุกร์ เข้า พระเสาร์แทรก เพราะหลังจากที่ ถั่ว สะดุด ขั้นบันได ในระหว่างที่เธอกำลังจะก้าวฃึ้นบันได ขณะจะไปสอนเลคเชอร์ คราวนี้เธอเป็นหนัก ถึงขนาด ต้องล้มหมอนนอนสื่อ ทีแรกได้รับประกาศว่าถั่วป่วยหนัก ต้องเข้าไปรักษาที่โรงพยาบาลเป็นการด่วน ทีแรกเราคิดว่า งานนี้สงสัย ถั่วกินยาพารา เข้าให้อีกแล้ว เธอเคยคิดฆ่าตัวตายเรื่อง สามี (อย่างเป็นทางการ) ที่เป็นนักบิน ตอนนั้นเธอกรอกพาราไปจนหมดขวด
แต่ที่ นี้จัดว่าเป็นเคราะห์ ซ้ำกรรม ซัดของถั่ว เป็นครั้งที่สองในรอบเดือน เพราะเมื่อตอนต้นเดือน ถั่วก็ ต้องเสียน้ำตา ไปกับ สามีสุดเลิฟ ของเธอ อาจจะเป็นเพราะเธอ มีความมั่นใจมากเกินไปหน่อย ที่เธอไม่ยอมฟังเสียงทักท้วงว่า สามี ของเธอได้แอบปันใจไปให้กับ สามีของอื่น ใครๆ เขาก็รู้กันทั้งโรงงานแล้วว่า สามีของถั่ว เป็นชะนี
งานนี้เล่นเอาถั่ว มีอาการซึมเศร้าอย่างเห็นได้ชัด จากที่เธอเป็นโรคจิตอ่อนๆ อยู่แล้ว งานนี้ เธอ ถึงกับออกอาการอาละวาดเหวี่ยงใส่ชาวบ้านไปทั่ว ตอนนี้กับกลายเป็นว่า ลูกจ้างต้องมาถูกล่ารายชื่อ ลูกจ้างที่ไม่รู้เรื่องต้องถ่อสังขารไปชะเลียร์ถั่ว ส่วนเมียอ้วนก็ดันมาเป็นปอดบวมข้างซ้าย เธอคนนี้ไม่ค่อยแข็งแรง เพราะเธอ อ้วนซะขนาดนั้น ออกกำลังเธอก็ไม่ชอบออก ไม่พอแถมเธอเล่นกินเหล้าแทนน้ำซะขนาดนั้น ก็คงไม่น่าแปลกใจที่สาเหตุที่ ทำเธอต้องเครียด เพราะหลังจากที่เธอถูกป้าหลอกให้มาร่วมหอกับจ่า เธอก็ดูหมือนตกนรกทั้งเป็น มาตอนหลังที่เธอได้หย่ากับจ่า ชีวิตเธอก็เหมือนกับขึ้นสวรรค์
ตอนนี้เมียอ้วน เครียดไปกับลูกสาวสุดที่รัก วัลภา ที่ตอนนี้ ต้องการแหกกฏ เพราะตอนนี้อยู่ดีๆ เธอดันต้องการมีลูก กับ สามีทหารเรือ พี่เก่ง เป็นสามี(กึ่งๆ ทางการ) คนที่สองของวัลภา ใครอยากห็นรูปพี่เก่ง ให้ไปหาหนังสือ ใคร ที่หน้าปกเป็น พี่ห้อย ดูได้เลย พี่เก่ง ไม่แน่ใจว่าแอบไปแก้หมันมาหรือเปล่า ก่อนหน้านี้ใครก็ตามที่จะ จุดจุดจุด กับวัลภา ต้องยอมทำหมัน เพราะลุงไม่อนุญาตให้หลานคนนี้มีลูก ก็ไม่รู้เหมือนว่าลุงมีเหตุผลอะไร
ตอนนี้ได้ฃ่าวว่า วัลภา ปจด ไม่มาตามนัด นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เพราะภาพของวัลภา ค่อนข้างดี ทั้งที่จริงแล้ว ใครๆ ก็รู้ว่า พฤติกรรมของเธอ เรียกได้ว่า แม่เลี้ยงจอมอ้า น้าสาวอมโรค โสกโครกอัญมณี สามสาวสุดออตแห่งโรงงานปลากระป๋อง ที่ว่าว่า สุดสุด แล้ว อีกไม่นาน อาจจะเทียบไม่ได้กับวัลภา แต่สาเหตุหลัก ที่ทุกต้องเครียด เห็นจะเป็นเรื่อง ที่สำคัญเธอยังไม่ได้ป่าวประกาศให้ลูกจ้างรู้ว่าเธอมีสะมีเป็นตัวเป็นตนแล้ว (แต่สะมีจะเป็นชะนี หรือไม่อันนี้ก็ไม่มีใครรู้ )
เพราะเธอยังคงภาพ สาวบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่ต่างไปจากสาวแรกแย้ม แต่อย่างไรก้ตาม ถึงแม้ว่าลุง และป้า จะมีลางไม่ดีร้ายๆ ผ่านเข้ามา แต่หลังจากที่ลุง รู้ว่า แผนการในการจัดการโรงงาน ที่ ลูกชายสุดที่รักคนใหม่ ได้ร่วมมือกันกับ ลูกชาย ทั้ง 3 ในการวางแผน ยึดโรงงานให้อยู่ในกำมือของตระกูลลุง ได้สำเร็จ ที่คนวงในรู้กันว่า แผนการนี้ถูกร่าง และทำการประชุมอยุ่ ในร้านลาบ 11 ที่บ้านของ นะจ๊ะ ที่อยู่ติดๆ กันกับบ้าน ของพี่ชายแมว
แผนการนี้ จะเรียกให้เข้าใจง่ายๆ ว่า แผนการอนุญาติข่มขืนโรงงาน ซึ่งแผนการณ์ นี้ก็ได้ถูกลุง มอบไลเซ้นส์ ลุงการรันตี มอบให้ใบประกอบการข่มขืนโรงงาน ได้ถูกต้องตามกฏหมายเพราะหลังจากที่ อัลโต้แซกโซโฟน ตัวโปรดของลุงได้ ถูกนำมาเป่าอีกครั้ง ถึงแม้ว่าคราวนี้ลุงจะไม่ได้เป่าด้วยตัวเอง หลังจากที่มันได้เงีบยหายไปนานหลายเดือน ลูกจ้างอาจที่จะต้องรับกรรมกันอีกหน
แผนการณืที่ว่าไว้ หัวใจหลักของแผนการนั้น คงจะหนีไม่พ้นว่า ทำอย่างไร ให้ พี่ห้อย ลูกรักคนใหม่ มีโอกาสบ้าง ที่จะมอบ คำขวัญ อันไพเราะ ให้กับเด็กๆ กับเขาบ้าง…ส่วน พวกบรรดา ลูกๆ ของลุงจะต้มยำทำแกงกันอย่างไร เห็นว่าคงอีกไม่นานเกินรอ..

 

ผู้ก่อการร้าย ราชประสงค์ : ยิ่งฆ่า – ยิ่งแค้น . . คารวะดวงวิญญาณ "แดง คชสาร" กลุ่มเสื้อแดง รักเชียงใหม่ 51


ยิ่งฆ่า – ยิ่งแค้น . . คารวะดวงวิญญาณ "แดง คชสาร" กลุ่มเสื้อแดง รักเชียงใหม่ 51
โดย ประชาไพร่
22 ธันวาคม 2553
พวกหมาลอบกัด ยิงน้อย บรรจง หรือ "แดง คชสาร" แกนนำรุ่นกลางของคนเสื้อแดง กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ถึง 18 รู ยัดยาบ้าใส่มือ ทิ้งศพไว้กลางป่า ราวกับหมาข้างถนน จนมีผู้ไปพบศพเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2553 วันที่คนกว่าหมื่นคนทวงความยุติธรรมให้กับ 91 ชีวิตที่ราชประสงค์
คิดหรือว่าการป้ายความผิดด้วยยาบ้า กับคนที่มีไม่มีประวัติด่างพร้อย และเป็นนักสู้เช่นลุงน้อย มันจะทำให้คนเสื้อแดงเชื่อและนิ่งเฉยกับความตายของเพื่อนร่วมต่อสู้ครั้งนี้?
การป้ายยาบ้านอกจากมันไม่ศักดิ์สิทธิ์แล้ว ยังเป็นเครื่องบ่งชี้ในระดับหนึ่งได้ด้วยว่า "ใครคือตัวการ" นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับนักสู้ประชาธิปไตย คนรากหญ้า คนขับรถตุุ๊กๆ หาเลี้ยงชีวิตตัวเองและครอบครัว ที่มีใจรักประชาธิปไตย และร่วมต่อสู้กับคนเสื้อแดงเชียงใหม่มาอย่างยาวนาน
ยุทธวิธีการลอบสังหารแกนนำชาวบ้านในต่างจังหวัด ที่พวกหมาลอบกัดชอบใช้ในช่วงสงครามเย็น การลอบสังหารผู้นำชาวนา ผู้นำกรรมกรจนกระทั่งก่อนการสังหารหมู่นักศึกษาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519 อาจจะดูประสบความสำเร็จในยุคนั้น แต่ขอบอกไว้เลยนะ ยิ่งใช้ยุทธวิธีป่าเถื่อนมากเท่าไร ไม่ใช่กูจะกลัวมึง แต่กลับจะยิ่งทำให้พวกกูฮึกเหิมมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
"คนเสื้อแดง เลยขีดความกลัวมาแล้ว"
"ยิ่งฆ่า คนเสื้อแดงจะยิ่งแค้น"
"ยิ่งฆ่า การปรองดองก็จะยิ่งไม่เกิด"
ยิ่งทำร้ายคนเสื้อแดงมากเท่าไร ไม่ใช่คนเสื้อแดงจะไม่มีแผ่นดินอยู่ แต่พวกมึงทั้งหลายนั่นแหล่ะ จะไม่มีแผ่นดินอยู่
อย่าลืมว่า คนที่มึงยิงทิ้งยังกะหมานั้น เป็นตัวแทนคนเสื้อแดง คนจน คนรากหญ้าหลายสิบล้านคนในประเทศไทย
ตลอดสองปีที่ผ่านมา คนเสื้อแดงก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วมิใช่หรือว่า "ตายสิบ เกิดแสน" แม้แต่สไนเปอร์ M 79 ก็หยุดคนเสื้อแดงไม่ได้ พวกเขายังออกมาส่งเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ เต็มท้องถนน
จะต้องไม่มีใครตายฟรีอีกต่อไปแล้ว!
จะต้องไม่มีไพร่สังเวยการคงอยู่แห่งอำนาจชนชั้นสูงอีกต่อไป
เพื่อกู้เกียรติและศักดิ์ศรีของคนขับรถตุ๊กๆ หาเช้ากินค่ำ ตัวแทนคนรากหญ้า ที่จะต้องไม่ตายฟรี ไพร่คนนี้ที่ตายในพื้นที่เชียงใหม่ ม.ล.?ปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าเชียงใหม่จะต้องรับผิดชอบ หาคนสังหารลุงน้อย บรรจง มาให้ได้ภายในเจ็ดวัน มิฉะนั้นท่านจะต้องรับผิดชอบในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้
ดวงวิญญาณลุงน้อยอย่าเพิ่งไปสวรรค์ ตามไปหลอกหลอนคนที่สังหารลุงน้อย และพวกอยู่เบื้องหลังท้งหมด ให้พวกมันกินไม่ได้ นอนไม่หลับ และต้องลุกออกมาสารภาพยอมรับความผิดด้วยเถิด
==
เพิ่มเติมจาก Thai E-Newsเผย 5 ฆาตกรวีโก้สีดำสังหารโหดแดง คชสาร เจ้าตัวรู้ชะตาโดนไล่ล่าหนีสุดขีดหลบนอนตามปั๊มยังไม่พ้น

เลิกฉุกเฉินแต่ไม่เลิกฆ่า-เสื้อแดงเชียงใหม่ไปรดน้ำศพ แดง คชสาร ซึ่งรับช่วงภารกิจต่อสู้จากดีเจอ้อม และเพชรวรรต ผอ.สถานีวิทยุชุมชนเสื้อแดงเชียงใหม่ ที่อยู่ระหว่างหลบภัยมืด แต่ต้องถูกสังหารด้วยการยิงร่างพรุนและยัดยาบ้าใส่มือศพ
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
22 ธันวาคม 2553
กลุ่มเสื้อแดงเชียงใหม่ เปิดเผยเบื้องหลังการสังหาร"แดง คชสาร"ด้วยการยิงพรุนทั้งร่าง 18 รู และยัดยาบ้าใส่มือว่า ก่อนการเสียชีวิต ได้มีชายฉกรรณจ์จำนวน 5 คนใช้รถกระบวีโก้สีดำเป็นยานพาหนะ(สีดำเหมือนกับกลุ่มฆาตกรฆ่าสังหารน้องเจมส์-นายกฤษณะ กล้าหาญ ก้อนหน้านี้)
แก๊งฆาตกรได้ติดตามสะกดรอยตาม แดง คชสาร ตลอดเวลา เป็นอาทิตย์ การสะกดรอยตามครั้งนี้ แดง คชสาร รู้ตัวว่า ถูกตาม ได้พูดให้เพื่อน และดีเจในคลื่น92.5 เชียงใหม่รับฟังว่า เขาถูกสะกดรอยตาม และถูกคุกคามอย่างหนัก จนไม่อาจพักหลับนอนที่หอพักได้ ถึงขนาดต้องไปขอนอนตามปั้มน้ำมันที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง เผื่อว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับเขา จะได้มีคนเห็น แต่ก็ไม่รอดการติดตามของฆาตกร 5คนนี้้ได้
"ในเวลาต่อมา มีคนพบศพ พี่แดงคชสาร…..สภาพศพถูกยิงที่หน้าอก ในตัวไม่พบเอกสารใดๆ ดูจากสภาพศพ ผู้้เห็นเหตุการณ์ระบุได้ว่า ฆ่าจากที่อื่นมา ได้นำศพมาทิ้งที่ไว้บนดอย ห่างจากกิ่ง อ.แม่ออน ประมาณ 2 ก.ม. ชาวบ้านได้แจ้งเจ้าหน้าที่และนำศพไปส่ง ร.พ. กิ่ง อ.แม่ออน หลังจากนั้นทาง ร.พ. กิ่ง อ.แม่ออนส่งศพต่อไปยัง ร.พ. มหาราชเชียงใหม่(สวนดอก)เพื่อชันสูตรและปิดสำนวนคดี เพราะไม่มีหลักฐานว่าเป็นใคร เดชะบุญ มีนักข่าวได้ถ่ายรูปลงในหนังสือพิมพ์ จึงได้มีคนรู้จัก เรื่องก็เลยแดงขึ้นมา นี่คือปฎิบัตการโหดที่ทำกับเสื้อแดงรักเชียงใหม51อีกรอบหนึ่ง แต่ขอบอกว่า พวกกูไม่กลัวมึง เพียงรอเวลาเท่านั้น พวกมึง..ยกเลิก พ.ร.ก. แต่พวกมึงไม่ยกเลิกที่จะไล่ฆ่าพวกกู"
คนเสื้อแดงเชียงใหม่ให้ข้อมูลว่าแดง คชสารเป็นคนสุภาพ นิยมสันติวิธี อาชีพขับตุ๊กๆ เป็นดีเจคลื่น 92.5 ของเชียงใหม่ 51 มีลูกอายุ 9 ขวบ ภรรยารับจ้างซักผ้า ก่อนตายยังใส่เสื้อสีแดง เขาเป็นคนใจดีทำงานร่วมกับคนเสื้อแดงมาตลอด เขารู้ตัวว่าถูกตามมาตลอด จึงไม่ค่อยจะนอนที่บ้าน
ไทยรัฐรายงานว่า ทันทีที่ทราบว่าผู้ตายเป็น นายน้อย บรรจง หรือ แดง คชสาร การ์ดระดับแถวหน้าของกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ตลอดทั้งวันที่ 21 ธ.ค.นี้ กลุ่มคนเสื้อแดงเชียงใหม่เริ่มมีการเคลื่อนไหว และสอบถามกันเข้ามาที่วิทยุ ชุมชนคนเสื้อแดง และตามเว็บไซต์ของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยระบุว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มคนมีสีที่ต้องการไล่ล่าแกนนำคนสำคัญของคนเสื้อแดงภาคเหนือ แกนนำหลายคนหวาดผวาและหลบออกเชียงใหม่ไป
ล่าสุดเมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 21 ธ.ค."ดี.เจ.กฤษณะ 51″แกนนำคนสำคัญของกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ได้ให้สัมภาษณ์โดยเชื่อว่า เป็นการไล่ล่าของชุดสังหารที่มุ่งเก็บคนเสื้อแดง โดยก่อนหน้าที่นายน้อย บรรจง จะถูกอุ้มไปสังหารโหดได้เข้ามาพบกับตน โดยบอกว่า ในช่วงหลังไปไหนมาไหนมักจะมีคนติดตาม จนไม่สามารถจะนอนที่บ้านได้ ต้องเปลี่ยนที่นอนตลอด จนกระทั่งมาเป็นศพถูกลวงไปฆ่าทิ้งอย่างโหดเหี้ยม
โดยเชื่อว่า กลุ่มที่ลงมือ เป็นพวกมืออาชีพอย่างแน่นอน และยังมีการยัดยาเสพติดลงไป ทั้งๆที่ประวัติของนายน้อย ไม่เคยข้องเกี่ยวกับยาเสพติด และยังมีการทำลายหลักฐานต่างๆในตัวหมด จนในช่วงที่พบศพยังไม่ทราบว่าเป็นใคร จนญาติๆไปดูศพที่โรงพยาบาล จึงยืนยันได้ว่าเป็นนายน้อย ซึ่งทำให้ต้องมีความระมัดระวังกัน เพราะเชื่อว่า ทางการได้มีการตั้งทีมไล่ล่าคนเสื้อแดงภาคเหนือ โดยเฉพาะกลุ่มรักเชียงใหม่ 52
"ดี.เจ.กฤษณะ 51″ ได้เผยต่อไปว่าในเรื่องนี้ก็คงจะต้องนำข้อมูลทั้งหมดรายงานให้กับนายจตุพร พรหมพันธุ์ และแกนนำหลายคนที่จะเดินทางมาเชียงใหม่ในวันที่ 22 ธ.ค.นี้ และหลังจากนั้นก็คงจะมีการนำศพ แห่รอบเมืองเชียงใหม่เพื่อร้องขอความเป็นธรรมและจะนำไปที่หน้าตำรวจภูธรภาค 5 ด้วย เพราะเชื่อว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองอย่างแน่นอน

เหี้ย พยายามเปลี่ยนสี ….ชิ้วๆๆ ไปไกลเลยไอ้มารประชาธิปไตย


นายสมศักดิ์  โกสัยสุข ไปฟิลิปปินส์มา บังเิอิญมีเสื้อแดงตามไปติดๆ เลยไปจับโกหกคำโตได้ ว่ามันโกหกกับคนที่ฟิลิปปินส์ว่ามันเป็นเสื้อแดง ทุเรศฉิบหาย ไอ้เตี้ยฟาสซิสต์

โมเดลนี้ต้องขยายยยยยยยยยยย

ข่าวดีๆ โดย Nipaporn Freedom
"หมู่บ้านคนเสื้อแดงแห่งแรกของ ปท.ไทย" 17 ธ.ค.53 ทุกคนที่อยู่ใน ม.หนองหูลิง ต.หนองไฮ อ.เมือง จ.อุดรธานี มีทั้งหมด 210 คน รวมตัวกันตั้งแต่หัวซอยยันท้ายซอย ตั้งแต่ลูกบ้านไปจนถึงหมู่ใหญ่บ้าน ประกาศตัวว่า เป็นคนเสื้อแดงทั้งหมู่บ้าน : Welcome to red shirts village, ยินต้อนรับสู่หมู่บ้านคนเสื้อแดง แบบนี้เขาเรียกว่า "ใจ" งานนี้อำมาตย์หนาวแน่ อิอิ (ขอบคุณภาพจากคุณอานนท์ แสนน่าน)

165078_1697049461129_1084627571_1855176_3655321_n
74643_1697051221173_1084627571_1855188_8321801_n
74643_1697051261174_1084627571_1855189_6164118_n


74643_1697051301175_1084627571_1855190_117259_n
74643_1697051341176_1084627571_1855191_4586410_n
74643_1697051381177_1084627571_1855192_4085064_n


157031_1697049741136_1084627571_1855177_7410720_n
157031_1697049861139_1084627571_1855179_1472083_n
157031_1697049941141_1084627571_1855181_3832631_n


157036_1697047581082_1084627571_1855165_6279243_n
157036_1697047661084_1084627571_1855167_3776088_n
157036_1697047701085_1084627571_1855168_6379382_n


157036_1697047741086_1084627571_1855169_2301936_n
162967_1697050501155_1084627571_1855183_338771_n
162967_1697050541156_1084627571_1855184_3536442_n


162967_1697050621158_1084627571_1855186_5289793_n
162967_1697050661159_1084627571_1855187_1735899_n
163046_1697052181197_1084627571_1855194_7364941_n


163046_1697052221198_1084627571_1855195_1313464_n
165078_1697049341126_1084627571_1855173_4025329_n
165078_1697049421128_1084627571_1855175_4665808_n


เซ็ง…….. นึกว่าจะมีเฮ

สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ สด็จไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ฉบับที่ 1
วันนี้ (21 ธ.ค.) สำนักพระราชวัง ออกแถลงการณ์ เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ฉบับที่ 1 ความว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงประสบอุบัติเหตุลื่นหกล้ม ขณะทรงพระดำเนินไปบรรยายทางวิชาการที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะแพทย์ได้ตรวจถวายพบว่ากระดูกพระอูรุ (กระดูกต้นขา) ข้างซ้ายหัก จึงกราบทูลให้เสด็จไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่อถวายการรักษา คณะแพทย์ได้ถวายการผ่าตัด เมื่อเวลา 19.00 น. และผลการผ่าตัดเป็นที่พอใจของคณะแพทย์ ไม่มีภาวะแทรกซ้อนแต่ประการใด
เวลาค่ำวันเดียวกันนี้ (20 ธ.ค.) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยม ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
ในการนี้ คณะแพทย์ได้กราบทูล สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ให้ประทับรักษาพระอาการและทรงรับการรักษาทางกายภาพบำบัดต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง จึงประการมาเพื่อให้ทราบโดยทั่วกัน สำนักพระราชวัง

็Horriblethailand : ไม่อยากรู้ ไม่อยากฟัง ไม่อยากดูหน้า เบื่อรำคาญ เบื่อ!!!!!!!!!!!!!! ทีชาวบ้านถูกยิงตายอย่างป่าเถื่อน ไม่เป็นข่าว ไม่ได้รับความยุติธรรม ทีข่าวเชี้ยๆ แบบนี้ชอบออกกันดีนัก

นิดๆ หน่อยๆ จาก Facebook

ประเด็นไม่เรียงนะคะ แต่เราคิดว่าน่าสนใจเลยนำมาลง

" แดงแท้ "
ภาพของนายไมตรี จำเลยคดีเผาศาลากลางที่ส่งความรักมายังคนเสื้อแดงทุกคน
เขาถือเป็น "แดงแท้" เลยทีเดียว
ประเภททางบ้านจับเป็ด-ไก่ ขายหาค่ารถมาชุมนุมในกรุงเทพฯ
และกลับไปร่วมชุมนุมที่มุกดาหาร
" ผมไม่ได้ทำความผิด แม่ไม่ต้องอายใคร
เราจนก็หาเช้ากินค่ำ ไม่ได้ขอใครกิน
ไม่อยากให้แม่ซื้อของมาให้ดอก อยากให้แม่เก็บเงินไว้ไปหาหมอ"
เขาบอกแม่เขาทุกครั้งที่ไปเยี่ยม
ก่อนออกจากเรือนจำ เขาย้ำกลับผมคำนึงซึ่งอยากเล่าให้เสื้อแดงทุกคนฟัง
"ผมยินดีติดคุก หากอภิสิทธิ์มาติดคุกด้วย!"
ปัจจุบัน จำเลยทั้ง ๑๙ คนยังรอหลักทรัพย์สำหรับประกันตัว
หมายเหตุ : พี่ไมตรียินดีให้เผยแพร่ภาพด้วยความเต็มใจและภาคภูมิใจ
==
สมบัติ บุญงามอนงค์ : วันนี้ อ.ธิดา โทรหาผม บอกว่า "หนูหริ่ง ขอบใจมากที่เธอไม่กระทืบซ้ำพี่" ผมปล่อยฮาเลย เพราะเอาเข้าจริง ๆ
ผมวิจารณ์หมอเหวง และ อ.ธิดา แต่ผมรักแกทั้งสองคน ผมยึดหลักการวิจารณ์แต่ไม่โจมตี
==
Robert Amsterdam : ผมขอขอบคุณทุกท่านสำหรับทุกความเห็น รวมถึงความเห็นที่เป็นภาษาไทยด้วยครับ ผมเชื่อว่าในปี 2554 จะเป็นปีที่สำคัญสำหรับคนเสื้อแดง โดยเราจะยืนหยัดต่อสู้และจะไม่หยุดจนกว่าจะได้รับความเป็นธรรมครับ
==
คำเกิ่ง แห่งทุ่งหมาหลง
ได้ข่าวหนาหูว่าอีกไม่กี่วันนี้แกนนำจะได้รับการประกันตัว เป็นการได้ประกันตามสิทธิ์ที่ควรจะมี หรือครบกำหนดตามข้อตกลง หรือ ให้ประกันเพื่อเอาบุญคุณ หรือเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกับกลุ่มอื่นที่ผิดข้อหาเดียวกัน แล้ววันเวลาที่เสียสูญเสียอิสระภาพไปฟรีๆ จะชดใช้กันอย่างไร คนสั่งให้ควบคุมตัวจะรับผิดชอบอย่างไร ถ้าสู้คดีแล้วเขาไม่ผิดเพราะความจริงมันเปิดเผยออกมาเรื่อย ๆ
==
Red Zilla Zilla
ผ่านตึกอื้อจื่อเหลียง ยังเหมือนได้กลิ่นเลือดและเสียงปืน ในเมื่อคนเสื้อแดงอย่างเราไร้อาวุธ ไร้ห่าอะไรจะไปสู้กับพวกมัน มีแต่ปากไว้ด่า มีเน็ตไว้เขียนด่าพวกมัน การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ คือสิ่งที่ทำได้มากที่สุด ถ้าแค่คว่ำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซักยี่ห้อนึงให้เจ๊งไม่ได้ ก็อย่าหวังจะไปเปลี่ยนผ่านโดยสันติ หรือ โดยใช้อาวุธ ใดๆเลย





 

Internetfreedom: สันดานชั่วของชนชั้นกลางชาวกรุง "เป้ อารักษ์" แต่งเพลงยุให้ฆ่าแกนนำ ….ถึงเวลาแบนศิลปินฟาสซิสต์แลว

การแสดงออกถึงความเห็นแก่ตัว ใจแคบ มักง่าย นิยมการแก้ปัญหาด้วยความรุนแรง
ของชนชั้นกลางชาวกรุง
<img height="576" alt="[Image: 166441_150505555000370_100001227789337_2...7810_n.jpg]" src="http://cooloo.org/browse.php?u=Oi8vc3Bob3Rvcy5hay5mYm

วันศุกร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ต้องให้ 'จอร์จ บุช' แสดงแทนคนไทย วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

ต้องให้ ‘จอร์จ บุช’ แสดงแทนคนไทย วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
สัปดาห์ที่แล้ว ผมส่งต้นฉบับ
เปลี่ยน ศอฉ. เป็น ศอจ. (ศูนย์แอบดูจิ๋ม!) ไปให้เจ้าหน้าที่ เตรียมออนไลน์ล่วงหน้าสองวัน
เพราะจะติดวันหยุดยาว
แต่พอถึงวันเสาร์ที่ 7 ธ.ค.2553 ต้นฉบับขึ้นโชว์หน้าเว็บ เป็นวันเดียวกับหนังสือพิมพ์ลงข่าว ว่า
ฝ่ายพันธมารประกาศ ระงับการชุมนุมซะแล้ว โดยอ้างเหตุว่า
เนื่องจากเป็นเดือนมงคล จึงขอเลื่อน แต่ก็ยังทำปากเก่งว่า
...จะไปชุมนุมกันปีหน้า!
โง่จนไม่รูว่า เป็นเดือนมงคล...ดูมัน!
จึงเป็นเหตุให้ข้อเขียน เปลี่ยน ศอฉ. เป็น ศอจ. (ศูนย์แอบดูจิ๋ม!) ของผม เลยดูกร่อยไปหน่อย
เพราะคิดไม่ถึง เถรจำลองฯและแก๊งพันธมารจะหาทางออก ด้วยการเล่นมุกควายง่ายๆแบบนี้
อย่างไรก็ตาม

พอถึงวันอังคาร ที่ 7 ธ.ค. 2553 ราชการเปิดทำการ
พนักงานอัยการได้นัดฟังคำสั่งคดี ที่กลุ่มพันธมิตรฯ บุกยึด 'ทำเนียบ-สนามบิน'
หากอัยการมีความเห็น “สั่งฟ้อง” ก็จะต้องนำตัวตาเถรจำลองฯ แอนด์เดอะแก๊งไปศาล
แต่ทางอัยการท่านก็ใจดี เลื่อนการสั่งคดีไปอีก 1 ครั้ง
คดีดังกล่าว อัยการได้นัดฟังคำสั่งครั้งแรก ตั้งแต่ 28 พ.ค. 52
แต่มีการเลื่อนไป เป็นวันที่ 14 ก.ค.52 จากนั้นก็ติดโรคเลื่อน
และเลื่อนๆๆๆๆๆ ต่อเนื่องมาอีกถึง 7 ครั้ง 7 ครา
หนสุดท้ายคือครั้งที่ 7 เลื่อนจาก 7 ต.ค.53 มาเป็น 7 ธ.ค.53
ครั้นพอถึงวัดนัดครั้งที่ 7 ก็ประกาศเลื่อนอีกครั้ง เป็น ครั้งที่ 8
ไปโดยเลื่อนไปเป็น วันที่ 9 ก.พ. 54 โน่น
จากนัดครั้งแรก หรือครั้งที่ 1 ไปจนถึงการนัดครั้งที่ 8
ก็รวมเวลาได้ 1 ปี กับอีก 9 เดือน
คอการเมืองพากันวิพากษ์วิจารณ์กันว่า นี่เป็นทางการตอบแทน
ที่พันธมารไม่ชุมนุมเดือนมงคล เลยมีการเม้าท์เสียดสีกันเล็กๆว่า
“แม่งงงง!...ถ้าเลื่อนไปถึงชาติหน้าได้ มันคงเลื่อนให้!”
ท่านอธิบดีอัยการ กายสิทธิ์ พิศวงปราการ ก็อย่าไปถือสาหรือพิศวงงงงวยอะไรเลย
เพราะปากคนไทยที่กินน้ำพริก ก็จัดจ้านเป็นธรรมดา อย่างนี้แหละน่า!!...555

ก่อนถึงวันเฉลิมฯ ได้มีข่าวเรื่องข่าวของ วิกิลีกส์ (Wikileaks)
แพร่ออกมาเป็นข่าวนำทางสื่อทุกชนิด และกลายเป็นหัวข้อ ให้ผู้คนในบ้านเมืองของเรา
ได้สนทนาด่าทอกันลั่น โดยมีรัฐบาลทั้งสหรัฐและไทย ตกเป็นจำเลยขี้ปากของทั้งคอการเมือง
และพวกที่ไม่ใช่
ภาพลักษณ์อเมริกันชน ซึ่งเคยค่อนข้างดี
ในความคิดคนไทยมายาวนาน มาหนนี้ ได้ถึงกาลตกต่ำไปอย่างน่ากลัว
ผู้คนในบ้านนี้เมืองนี้ วิพากษ์วิจารณ์เอาเสียๆหายๆว่า
การเปิดเผยของวิกิลีกส์ครั้งนี้ ทำเอาความเชื่อถือของคนไทยที่เคยมีต่อสหรัฐ
เสื่อมทรุดลง อย่างเห็นได้ชัด!

สหรัฐอเมริกานั้น เป็นชาติใหญ่ที่แทบจะไม่เคยมีเรื่อง
ด้านการสร้างความขุ่นเคืองให้กับคนไทย แถมอเมริกันชน
และรัฐบาลของพวกเขา
ยังเคยมีบทบาทในการช่วยเหลือเมืองไทย มากกว่าชาติอื่นๆด้วยซ้ำไป เช่น
ในเรื่องด้านการศึกษาของไทยนั้น
คณะมิชชันนารีอเมริกัน ได้เข้ามาวางรากฐานให้กับเมืองไทย
โดยเฉพาะการศึกษาของผู้หญิง
ด้วยการตั้งโรงเรียนกุลสตรีวังหลัง จนกลายมาเป็นโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยในปัจจุบัน
ผู้สำเร็จจากโรงเรียนนี้ในระยะต้น ได้กลายเป็นกำลังสำคัญ
ในการวางรากฐาน ให้กับโรงเรียนสตรีอื่นๆ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคด้วย
นอกจากนั้น การเผยแพร่คริสต์ศาสนาทางภาคเหนือของไทย
ก็ทำให้เกิดสถานศึกษาที่สำคัญ และพัฒนารุ่งเรืองมา จนกระทั่งทุกวันนี้ นั่นคือ
มหาวิทยาลัยพายัพ จังหวัดเชียงใหม่

การศึกษาอย่างภาษาอังกฤษนั้น
คนอเมริกันก็มีส่วนอย่างสำคัญ มากกว่าชาวอังกฤษเจ้าของภาษาด้วยซ้ำ
แม้แต่พจนานุกรมของไทย คุณหมอปลัดเล และ มิสเตอร์แมคฟาแลนด์
ก็ทำให้ชาวเรามาก่อนคนไทยจะคิดทำ นานถึงครึ่งค่อนศตวรรษ
เพราะกว่า คุณ ส.เสถบุตร จะพิมพ์พจนานุกรมไทย- อังกฤษ
ซึ่งเป็นที่รู้จักก็ปี พ.ศ.2480 เข้าไปแล้ว
ที่ถือว่าสหรัฐอเมริกา มีบุญคุณต่อเมืองไทยอยู่มาก และไม่อาจลืมได้เลย นั่นคือ
การสนับสนุนไทย ไม่ต้องกลายเป็น “ผู้แพ้” ตามญี่ปุ่น “มหามิตร” ในสงครามโลกครั้งที่ 2
เรื่องนี้...ใหญ่หลวงนัก!
ทางการไทยก็ซาบซึ้งในเรื่องดังกล่าว และตอบแทนด้วยการยกที่ดิน
ซึ่งเป็นที่ตั้งบ้านพักของเอกอัครราชทูตสหรัฐปัจจุบันให้ เป็นการสำนึกในบุญคุณชาวอเมริกัน
แม้จะทดแทนกันได้ไม่หมดก็ตาม

ที่สหรัฐอเมริกา ทำให้ผมแปลกใจมาก ก็คือ
เมื่อ “ไอ้บัง กบฏ” กับพวก มันกระทำการละเมิดต่อองค์พระมหากษัตริย์เจ้าชาวสยาม
ด้วยการเข้ายึดอำนาจของปวงชนชาวไทย
เมื่อ 19 ก.ย.2549 นำความฉิบหายใหญ่หลวง มาสู่บ้านเมืองของเรา
จนยับเยินมากระทั่งถึงปัจจุบัน นั้น
รัฐบาลอเมริกันหรือสถานทูตของเขา
ในฐานะที่เป็นผู้นำของโลกประชาธิปไตย กลับนิ่งเงียบ ไม่เคลื่อนไหว ออกมาประณาม
หรือแสดงทีท่าไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารครั้งชั่วร้ายนั้น แต่อย่างใดเลย!
ผิดวิสัยผู้นำชาติ ในโลกเสรียิ่งนัก!!
นอกจากนั้น รัฐบาลลุงแซมยังทำให้คนรักในระบอบประชาธิปไตย
ต้องขุ่นเคืองใจ ที่ดันไปออกวีซ่าให้ “ไอ้บัง กบฏ”
มันเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกา ไปลอยหน้าลอยตา
สาธยายเรื่องการทำรัฐประหารของมัน ให้คนไทยในสหรัฐฟังเสียอีก
รัฐบาลอเมริกันเลยถูกมองว่า ไม่ยึดหลักการในการเป็นชาติพี่เบิ้มของโลกเสรี
แต่ดันกลับข้างไปสนับสนุน ผู้ทำลายระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทย
ซึ่งทางอเมริกันก็ทราบดีแก่ใจดีว่า
รัฐประหารในครั้งนั้น ทำให้เมืองไทยถอยหลัง บ้านเมืองทรุดโทรม
ผู้คนในชาติแตกแยกกันล้ำลึก แต่ไอ้พวกระยำที่ร่วมกันก่อการเลวในครั้งนั้น
กลายเป็น ‘ผู้มั่งคั่ง’ ...ร่ำรวยกันไปถ้วนทั่ว!!!

สิ่งที่รัฐบาลอเมริกันทำไป ให้ประชาชนคนไทยได้เห็นในตอนรัฐประหารเลวร้ายครั้งนั้น
ก็เพียงแค่ปฏิบัติตามกฎของตน ในการไม่ขายอาวุธให้รัฐบาลไทย
ที่มาจากการรัฐประหาร แต่กลับเป็นการเปิดโอกาส ให้กองทัพไทยสามารถไปชอปปิ้ง
ซื้อหาอาวุธยุทโธปกรณ์ จากชาติอื่นด้วยความสนุกสนาน เช่น
ไปเครื่องบินรบจากสวีเดน ในราคาที่แพงลิบลิ่ว!
นายมาร์ค มกควาย ในฐานะผู้นำรัฐบาล “โคตรคอรัปฯ” ทนต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไม่ไหว
ต้องทำทีเป็นสั่งตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนฝ่ายทหารแบบเกรงๆ กลัวๆ
ทั้งนี้ ก็เพราะ...
รัฐบาลของตัวเอง ก็มีเรื่องทุจริตมากมายนับกันไม่หวาดไม่ไหว
ที่ฝ่ายทหารสามารถนำไปอ้าง เป็นสาเหตุแห่งการปฏิวัติ ได้ง่ายดายมากกว่า
ที่คณะรัฐประหารต่างๆ เคยใช้เป็นข้ออ้างมาแล้วในอดีตด้วยซ้ำไป เพราะ...
รัฐบาลโลซกชุดนี้ มีสาเหตุอัปรีย์ดังกล่าว ปรากฏต่อสาธารณชน...เพียยยยยบ!

ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา จนกระทั่งถึงวันนี้ คนไทยยังถกกันให้อื้ออึง ถึงเรื่องวิกิลีกส์
ที่จงใจ Leak หรือทำให้ “รั่ว” ออกมาซึ่งข่าวสาร ที่เกี่ยวกับรัฐบาลไทยและอเมริกัน ในทำนองว่า
ฝ่ายอเมริกันนั้น ใช้อิทธิพลเข้ามา กดดันรัฐบาลไทยมากเกินเหตุ!
เรื่องที่แย่มากสุดก็คือ กรณีของมิสเตอร์ วิคเตอร์ บูธ
ซึ่งทำให้ศาลไทยมัวหมองไปด้วย
เพราะนายอภิแสบฯถูกนินทาว่า ใช้อิทธิพลเข้ากดดันศาล ตามคำเรียกร้องของสหรัฐอเมริกา
นี่เอง...ยิ่งทำให้คนไทย อารมณ์เสียเพิ่มขึ้นอีกเป็นอันมาก เลยด่ายับเยินไปเลย
ทั้งรัฐบาลอเมริกา และรัฐบาลโลซกของไทย
ปัญหาต่อไป ก็มีอยู่ว่า
จะมีเรื่องเลวร้ายอะไรมากไหม ที่จะหลั่งไหลออกจากวิกิลีกส์ มาสู่สาธารณชนอีก?
คนไทยทั้งหลาย ตั้งตาคอยอยู่ อย่างกระหายใคร่รู้ เพราะดูเหมือนว่า
ความเลวร้ายต่างๆ ตั้งแต่ “ไอ้บัง กบฏ” ได้ปฏิบัติการกาลีทำลายบ้านเมืองไทยของเราแล้ว
ความระยำตำบอนต่างๆ ทั้งบุคคล หน่วยงาน องค์การ สถาบันต่างๆ
ก็ได้ถูกตีแผ่ออกมาทางสื่อสาธารณะ ทั้งลับและแจ้ง จนดูเหมือนว่า
เมืองไทยของเรานั้น จะหา ‘คนดี’ ได้ยากเต็มทีแล้ว!

สำหรับผมนั้น มีความเห็น ว่า
กรณีวิกิลีกส์ที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยครั้งนี้ รัฐบาลอเมริกันน่าจะสำเหนียกว่า
ในภูมิภาคนี้ มีแต่ประเทศไทยและคนไทยเท่านั้น ที่ยังแสดงความเป็นมิตร
และจริงใจกับอเมริกันชน มากกว่าคนชาติอื่น
ลาว เขมร และเวียตนาม นั้น
สหรัฐอเมริกาก็ได้สร้างความพินาศฉิบหาย ให้กับบ้านเมืองของพวกเขา
อย่างมากมายพันลึก ผู้คนในถิ่นอินโดจีนต้องบาดเจ็บ ล้มตาย และพิการ เพราะ...
ฝีมืออเมริกัน...นับล้านๆคน!
ส่วนประเทศพม่า นั้นหรือ ไม่ต้องพูดถึง พวกเขาเกลียดชังอเมริกัน...เข้าไส้!!
สำหรับมาเลเซีย เป็นชาติมุสลิม ดังนั้น ไอ้เรื่องจะให้ไว้วางใจอเมริกันนั้น...ไม่มีเสียละ!!
เหลือที่ยืนหยัดโด่เด่ เป็นมิตรกับอเมริกัน ก็ไทยแลนด์ ‘แดนสยอง’ นี่แหละ!!!

คนมีอายุมากอย่างผม ก็ได้แต่คิดว่า
ถ้าหากคนไทยเราเกิดชิงชังอเมริกัน ตามชาติเพื่อนบ้านเขาไปด้วย
(ซึ่งปัจจุบันกำลังทวีจำนวนมากขึ้น ในบ้านเมืองของเรา)
การไปมาในภูมิภาคนี้ ของอเมริกันชนคงจะหาความสบายใจ และความปลอดภัย ค่อนข้างยาก
คนอเมริกันก็อาจไม่อยากมา
หรือลดจำนวนไปจากภูมิภาคนี้ หรือหากจะหลงเหลือติด ก็คงน้อยลงเต็มที!

ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ
สัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้เขียนในฐานะ “มือข่าว” เก่า มีโอกาสทั้งได้ยินได้ฟัง
และได้เห็นหลักฐาน ไม่ว่าจะเป็นวีดีโอ ภาพนิ่ง และคลิปเสียงฯลฯ ต่างๆมากมาย
ซึ่งมีมาถึงผม จากหลากหลายช่องทาง
ล้วนแล้วแต่ทำให้บุคคล องค์การ สถาบันต่างๆในประเทศของเราต้องเสื่อมเสียร้ายแรง
จนทำให้จิตใจของผม
หดหู่เอามากๆ!
ไม่นึกเลยว่า บ้านเมืองของเรา จะตกต่ำไปในวังวนแห่งความชั่วร้าย ได้มากมายถึงเพียงนี้
บอกตรงๆว่า
ศรัทธาและความเชื่อมั่น ที่เคยมีให้ประเทศของเราอย่างเต็มเปี่ยมนั้น
ได้ถูกบั่นทอน ให้ลดน้อยถดถอยลงเป็นอันมาก จนต้องมานั่งนึกว่า
บ้านเมืองของเรา ตกต่ำมาถึงเพียงนี้ได้อย่างไรกัน? จนถึงขั้นสื่อต่างชาติบอกว่า
เมืองไทยเรานั้น ได้กลายเป็น “ดินแดนอันตราย” ไปเสียแล้ว
ผมต้องขอทิ้งให้ท่านผู้อ่าน หนุ่มสาว อยู่ในวัยทำงานและแข็งแรง ได้โปรดช่วยกันคิด
และหาทางออกให้กับชาติของเราด้วย

อยากจะบอก กับท่านผู้อ่านว่า
เราอย่าไปคาดหวัง หรือฝากอนาคตของบ้านเมือง ไว้กับ
รัฐบาลโลซกของ นายมาร์ค มุกควาย ที่ผมวิจารณ์กระหน่ำแหลกลาญนมนานมาแล้ว
เพราะรู้สันดานพรรคนี้ดี ตั้งแต่ไอ้คนพวกนี้ ยังไม่ได้เข้ามาเป็นรัฐบาลด้วยซ้ำไป
ลองเปิดคอลัมน์เก่าของ “วาทตะวัน” ย้อนอ่านดู ท่านก็จะพบความจริง
ผมเห็นว่า...
ไอ้แก๊งดักดานนี้ มันทำแต่เรื่องไม่ชอบมาพากล
พอมีโอกาสบริหารบ้านเมืองคราใด ก็ทุจริตเหลือกำลังลากครานั้น
แต่ข่าวที่ leak เล็ดลอดจากวิกิลีกส์ในครั้งนี้
ทำให้คนไทยมีรื่องต้องด่ารัฐบาล ‘อัปลักษณ์-ร้อยศพ’ ชุดนี้เพิ่มเติม
โดยเฉพาะเรื่องการรั่วไหลข่าวสารจากวีกิลีกส์
นายมาร์ค มุกควาย ตอหลดในครั้งแรก ว่า
คุณโอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐไม่เคยโทรมาหา ตามรายงานที่ปรากฏในวิกิลีกส์
แต่ตอนหลังกลับบอกว่า คุณโอบามาโทรมาคุยเรื่อง Ipad เท่านั้น
พูดเหมือนคนไทย เอาแกลบและรำ หุงแทนข้าว!
ก็แล้วอย่างนี้ จะไม่ถูกด่าได้อย่างไรกัน!!?
สำหรับรัฐบาลอเมริกันและสถานทูต
และตัวเอกอัครราชทูต ที่ออกมาตีสองหน้า แถลงแถด้วยภาษาการทูตวกๆวนๆ
ก็สมควรจะต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์ และโดนด่าร่วมกับนายมาร์ค มุกควาย อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้!

ผู้เขียนไม่ขอด่า หรือตำหนิ ฝ่ายอเมริกันด้วยตัวเอง
เพราะจะโดนเก็บเอาไปนินทาว่า เป็นคน ‘ปากร้าย’
เลยต้องให้อดีตประธานาธิบดี จอร์จ บุช ช่วยแสดงออกถึงความไม่พอใจ รัฐบาลสหรัฐ
และสถานทูตอเมริกัน ในกรณีวิกิลีกส์ แทนพวกเราคนไทยทั้งประเทศด้วย...

[Image: booch.jpg]

คุณบุชไม่ได้ใช้คำพูด ต่อว่าต่อขานรัฐบาลและสถานทูตอเมริกันโดยตรง
แต่ก็ได้แสดงออกถึงทีท่าไม่พอใจอย่างขึงขังและเข้มแข็ง แทนพวกเราคนไทยไปแล้ว...

อย่างที่ท่านเห็นในภาพ...นั่นแหละครับ!!

..........................

***หมายเหตุ ยังไม่ได้บอกท่านอดีตประธานาธิบดี
ให้ช่วยแสดงท่าที กับรัฐบาลโลซกของ นายมาร์ค มุกควาย แทนพวกเราคนไทยด้วย
ทั้งนี้ ก็เพราะเป็นห่วงว่า...
คุณบุชจะชูนิ้ว ค้างหราไว้...ไม่ยอมเอาลง!!!

(บทความตอน ต้องให้ ‘จอร์จ บุช’ แสดงแทนคนไทย ออนไลน์วันเสาร์ ที่ 11 ธันวาคม 2553)


http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=266




วันเสาร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ไอ้ รัฐบุรุษเลว ...ชาวบ้านชาวช่องเดือดร้อนแสนสาหัส แต่มันมาซื้อรถราคาแพงคนใหม่ ... ไอ้เฮ็งซวย




ไอ้ รัฐบุรุษเลว ...ชาวบ้านชาวช่องเดือดร้อนแสนสาหัส แต่มันมาซื้อรถราคาแพงคนใหม่ ... ไอ้เฮ็งซวย

horriblethailand | November 6, 2010 at 11:58 am | Categories: Horriblethailand....!!! | URL: http://wp.me/pOcxY-1RC

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2553 04:00
อนุมัติรถประจำตำแหน่งรัฐบุรุษ-ครม.78ล้าน

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

สำนักงบประมาณอนุมัติจัดซื้อรถประจำตำแหน่ง21คัน
สำหรับรัฐบุรุษวงเงิน7,350,000บาท สำหรับนายกฯ10ล้านบาท
รองนายกฯ4คันกว่า29ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีบันทึกข้อความสำนักเลขาธิการนายกฯสำนักบริหารกลางกลุ่มบริหารงานพัสดุ เลขที่หนังสือ สบก.(กบพ.) 1514/2553 ลงวันที่ 6 ต.ค.2553 เรียนผ่านนางอัญชลี เทพบุตร รองเลขาธิการนายกฯฝ่ายการเมือง

กรณีที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 แผนงานบริหารจัดการภาครัฐ ผลผลิตที่ 1 การบริหารจัดการของรัฐบาล งบลงทุนค่าครุภัณฑ์ ยานพาหนะและขนส่ง รายการรถประจำตำแหน่ง จำนวน 22 คัน วงเงิน 78,480,000 สำนักเลขาธิการนายกฯ ได้ขอเปลี่ยนแปลงรายการงบประมาณจากรถประจำตำแหน่ง 22 คัน เป็น 21 คัน เพื่อให้สามารถรองรับตำแหน่งทางการเมืองหากมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลในครั้ง ต่อไป ตามหนังสือสำนักเลขาธิการนายกฯ ด่วนที่สุด ที่ นร.0401.3/10229 ลงวันที่ 23 ก.ย.2553 ซึ่งสำนักงบฯ อนุมัติตามหนังสือสำนักงบฯ ด่วนที่สุดที่ นร.0705/102 ลงวันที่ 5 ต.ค.2553

รถประจำตำแหน่งรัฐบุรุษ 3000 ซีซี จำนวน 1 คัน วงเงิน 7,350,000 บาท รถประจำตำแหน่งนายกฯ 5500 ซีซี จำนวน 1 คัน 10,000,000 บาท รถประจำตำแหน่งรองนายกฯ 3000 ซีซี จำนวน 4 คัน วงเงิน 29,400,000 บาท รถประจำตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ 3000 ซีซี จำนวน 3 คัน วงเงิน 11,160,000 บาท รถประจำตำแหน่งเลขาธิการนายกฯ 3000 ซีซี จำนวน 1 คัน วงเงิน 2,750,000 บาท รถประจำตำแหน่งรองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง 2400 ซีซี จำนวน 7 คัน วงเงิน 11,340,000 บาท รถประจำตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกฯ 2400 ซีซี จำนวน 1 คัน วงเงิน 1,620,000 บาท และรถประจำตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ 2000 ซีซี จำนวน 3 คัน 4,860,000 บาท

โดยกำหนดเวลาต้องส่งมอบพัสดุภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ลงนามในสัญญา โดยใช้วิธีดำเนินการจัดซื้อด้วยวิธีพิเศษตามระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2539 ข้อ 23 (2) กรณีเป็นพัสดุที่ต้องซื้อเร่งด่วน หากล่าช้าอาจจะเสียหายต่อราชการ และให้คณะกรรมการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน และให้ตรวจรับพัสดุให้แล้วเสร็จภายใน 5 วัน

Add a comment to this post


WordPress

WordPress.com | Thanks for flying with WordPress!
Manage Subscriptions | Unsubscribe | Publish text, photos, music, and videos by email using our Post by Email feature.

Trouble clicking? Copy and paste this URL into your browser: http://subscribe.wordpress.com