"สื่อมวลชน" เหยื่อความรุนแรงทางการเมือง

THAILAND'S VIOLENCE, KING'S SILENCE

วันเสาร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2553

เบื้องหลังคดีสินบนผู้พิพากษาอุทธรณ์


เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, September 4, 2010

เบื้องหลังคดีสินบนผู้พิพากษาอุทธรณ์

ที่มา มติชน



โดย ประสงค์ วิสุทธิ์

ติดตามข่าว"ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์"รายหนึ่งเรียกสิบบนในการพิจารณาพิพากษาคดีต่างๆหลายคดีใน"มติชนออนไลน์"ที่ นำเสนอย่างต่อเนื่องมาเกือบ10 ตอนแล้ว เห็นว่า เรื่องนี้ไม่ใช่การกระทำผิดต่อหน้าที่ในการยุติธรรมของผู้พิพากษารายหนึ่ง ธรรมดาเท่านั้น


แต่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง และมีกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวพันในขบวนการนี้มากพอสมควร


จาก การร้องเรียนต่อคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม(ก.ต.)และแต่งตั้ง คณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงจนกระทั่งนำไปสู่การแต่งตั้งคณะกรรมการ สอบสวนทางวินัยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์รายนี้พบว่า มีพฤติการณ์ฉันท์ชู้สาวกับหญิงที่มีสามีแล้ว และยังอาศัยหญิงรายนี้เป็นตัวกลางในการเรียกร้องสินบนใในคดีต่างๆหลายคดี เป็นเงินเกือบ 100 ล้านบาท อาทิ


1. มีการเรียกสินบนเป็นเงิน 70 ล้านบาทใน การพิจารณาคดีบริษัทจดทะเบียนในตฃาดหฃักมรัพย์แห่งหนึ่งที่กลุ่มผู้บริหาร บริษัท ถูกกล่าวหาว่า กระทำผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ในการยักยอกทรัพย์หรือไซ่ฟ่อนเงินของ บริษัทและเกี่ยวพันกับตระกูลอดีตรัฐมนตรี ซึ่งศาลชั้นต้นสั่งยกฟ้อง


ใน คดีนี้ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์รายดังกล่าวให้ใช้หญิงคนสนิทไปติดต่อเรียกรับเงินสิบบน 70 ล้านบาทจากคนในตระกูลอดีตรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้บริหารบริษัท เพื่อจะได้ตัดสินให้ยกฟ้องคดีนี้ ตามศาลชั้นต้น


ในเบื้องต้นมีการจ่ายเงินสด 20 ล้านบาท ที่เหลือโอนหุ้นบริษัทผลิตอาหารกระป๋องให้มีมูลค่าอีก 50 ล้านบาท


2.คดีการประกันตัว เจ้าของบริษัทที่เปิดขึ้นบังหน้าเป็นจำเลยในคดี"แชร์ข้าวสาร"ซึ่ง เป็นความตาม พ.ร.บ. การกู้เงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน มีการเรียกเงินสินบน 2 ล้านบาท หลังจากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวแล้วจำเลยได้ซื้อรถยนต์ Benz รุ่น S 280 ปี 2002 ในราคา2.1 ล้านบาท ที่เหลืออีก 1.5 ล้านบาทบาท จัดไฟแนนซ์ให้อีกด้วย


3.เรียกสินบน 3.5 ล้านบาทในการสั่งอนุญาตการปล่อยชั่วคราวชาวต่างประเทศรายหนึ่ง โดย ทนายความหญิงของจำเลยได้ยื่นคำร้องประกอบการขอปล่อยชั่วคราวต่อศาลอาญาและ ศาลอุทธรณ์มาหลายครั้งแล้วแต่ไม่ได้รับการอนุญาต ทนายความจึงติดต่อผ่านหญิงคนสนิท ตกลงเรื่องเงินสินบน 3.5 ล้านบาท


มี การทำเป็นสัญญาว่าจ้างว่าจะดำเนินการให้มีการประกันตัวระหว่างญาติ ของหญิงคนสนิทกับทนายความของจำเลยชาวต่างประเทศ โดยทนายความหญิงกับญาติของหญิงคนสนิทของผู้พิพากษา นำเงินตามข้อตกลงดังกล่าวไปเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขา เซ็นทรัล ลาดพร้าว ร่วมกัน หมายเลขบัญชี 157-217895-3 เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2552 เป็นเงินจำนวน 3.5 ล้านบาท


ต่อมา ยังทำสัญญาว่าในการในการจัดหาทนายเป็นเงิน 9.2 ล้านบาท เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2552 และชำระเงินให้หญิงคนสนิท ไปแล้ว 4 ล้านบาท คงเหลืออีก 5.2 ล้านบาท


4. เรียกรับเงินวิ่งเต้นให้ประกันตัวผู้ต้องหาคดียาเสพติดจำนวน 7 ล้านบาท โดยใช้หลักฐานใบรับรองแพทย์ปลอมจากโรงพยาบาลราชฑัณฑ์ว่าผู้ต้องหามีอาการ ป่วยหนักจนถึงขั้นจะต้องได้รับการรักษาผ่าตัดดวงตา นำไปอ้างต่อชั้นศาลฎีกาจนได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว


จากคำร้อง เรียนยังมีอีกหลายคดีที่มีการวิ่งเต้นจนได้รับการประกันตัว รวมถึงมีการใช้อิทธิพลจนผู้พิพากษารายหนึ่งในศาลจังหวัดตลิ่งชันพลิกคำสั่ง คุ้มครองชั่วคราวชั่วข้ามคืน


จากข้อเท็จจริงดังกล่าว ก.ต.จึงไม่ควรแค่สอบวินัยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์รายนี้เท่านั้น แต่ ควรดำเนินคดีอาญาควบคู่กันไปด้วย(อาจส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปรราบปราม การทุจริตแห่งชาติหรือตำรวจแล้วแต่กรณี)เพราะจากหลักฐานเบื้องต้นแล้ว บางคดีมีมูลเพียงพออยู่แล้ว เช่น คดีการให้ประกันตัวชาวต่างประเทศมีการทำสัญญาประหลาดๆและบัญชีธนาคารซึ่ง เป็นหลักฐานอย่างดี รวมทั้งการปลอมแปลงใบรับรองแพทย์ของโรงพยาบาลกรมราชทัณฑ์ที่ยื่นต่อศาลฎีกา อันเป็นความผิดหลายกระทง


นอกจากนั้นแล้ว ทาาง ก.ต.ควรตรวจสอบย้อนหลังว่า มีคดีใดบ้างที่ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์รายนี้เป็นผู้ตัดสินหรือมีคำสั่ง เพื่อดูว่า การพิจารณาคดีเป็นไปโดยชอบหรือไม่ ตั้งแต่กระบวนการจ่ายคดีให้พิจารณา กระบวนการพิจารณา จนกระทั่งคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นไปตามตัวบทกฎหมายหรือดุลพินิจโดยชอบหรือ ไม่


การตรวจสอบคดีย้อนหลังมีวัตถุประสงค์2 ประการสำคัญคือ


หนึ่ง เพื่อดูว่า มีคนในกระบวนการยุติธรรมรายใด มีส่วนพัวพันในการกระทำผิดหรือไม่


สอง เพื่อเยียวยาผู้ที่อาจได้รับความเสียหายจากการตัดสินคดีที่ไม่เป็นไปโดยชอบและไม่เป็นธรรม


ที่ สำคัญคือ หลังจากกระบวนการสอบสวนเป็นที่สิ้นสุดแล้ว ต้องเปิดเผยผลสอบสวนดังกล่าวเหมือนการเปิดเผยคำพิพากษาเพื่อให้สาธารณะเห็น ว่า การสอบสวนเป็นไปอย่างตรงไปตรงมาซึ่งเป็นการดำรงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือของ ระบบศาลยุติธรรม

มะเร็งราชการ

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ บทบรรณาธิการ

การ แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในส่วนงานที่จะต้องลงไปสัมผัสประชาชนมากกว่าส่วน อื่นๆ อย่างกระทรวงมหาดไทยและข้าราชการตำรวจ มิได้มีอะไรผิดแผกแตกต่างไปจากรัฐบาลก่อนๆ

นั่นคือเป็นการโยกย้ายแต่งตั้งเพื่อประโยชน์ของผู้มีอำนาจทางการเมือง มากกว่าเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชนทั่วไป

แต่เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมโดยทั่วไประบุว่า ระดับของการเล่นพรรคเล่นพวกในการแต่งตั้งโยกย้ายของรัฐบาลชุดปัจจุบัน รุนแรงยิ่งกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆ มาหลายเท่า

แม้ในหลายตำแหน่งจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ควรเป็น แต่อีกหลายตำแหน่งนั้นยากที่จะอธิบายได้ด้วยเหตุผลปกติ

อันเป็นที่มาของคำถามและข้อสงสัย

ยิ่งผ่านการแต่งตั้งโยกย้ายเช่นนี้มากขึ้นเท่าใด ประสิทธิภาพ คุณภาพ และคุณธรรมของระบบราชการก็จะยิ่งอ่อนด้อยลงเพียงนั้น

เพราะเมื่อประจักษ์ชัดแล้วว่าหนทางในการเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานคือการ ประจบเอาใจ หรือตอบสนองต่อผลประโยชน์ของนักการเมือง และไม่ว่ารัฐบาลใดเข้ามาก็ไม่มีความแตกต่างกัน

ข้าราชการรายใดจะยังก้มหน้าปฏิบัติงานอย่างซื่อสัตย์สุจริตที่มีโอกาสในการเติบโตน้อยกว่า ในเมื่อมีทางลัดสำหรับความก้าวหน้า

ความอ่อนด้อยลงของคุณภาพและคุณธรรมในระบบราชการ ส่งผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนโดยตรง

จึงไม่ใช่สิ่งที่จะปล่อยปละละเลยได้

แต่ ที่จะหวังให้นักการเมืองหรือข้าราชการซึ่งเป็นผู้สมประโยชน์จากสิ่งที่เป็น อยู่ เป็นผู้นำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นนั้น ย่อมเป็นความหวังที่เลือนลางเต็มที

ประชาชนในฐานะผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง จะต้องเข้ามามีบทบาทในการแสดงความเห็น หรือทักท้วงทัดทานในสิ่งที่ไม่ถูกต้องมากขึ้น

ขณะเดียวกัน องค์กรข้าราชการทั้งที่อยู่ในระบบและที่เกิดจากการรวมตัวกันเอง ก็จะต้องออกมาแสดงจุดยืนท่าที รวมทั้งชี้ปัญหาและทางออกของเรื่องดังกล่าว

ปล่อยปัญหาทิ้งไว้ ก็เหมือนปล่อยให้มะเร็งกัดกินสังคมให้ตายช้าๆอย่างทรมาน

แค่เงียบๆก็ได้กำไร

ที่มา ไทยรัฐ


ทักษิณ

ขนาดหายไปค่อนยุ้ง ก็ยังเหลืออีกกว่า 12,480 ล้านบาท

ตาม มูลค่าทรัพย์สินอย่างเป็นทางการผ่านการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 23 ของมหาเศรษฐีไทย

ยังไม่นับขุมทรัพย์ "ตกสำรวจ" จากการเดินสายลงทุน หยอดเงินไว้ประเทศนั้นทวีปนี้ ว่ากันว่า มากมายกว่าที่เห็นอีกหลายเท่า

เอาเป็นว่า "ทักษิณ" ยังอยู่ในสถานะ "อภิมหาเศรษฐีติดปีกบิน"

"น้ำเลี้ยงยังอู้ฟู่" แต่อยู่ที่ว่าจะเปิดหัวจ่ายแรงระดับไหนแค่นั้น

ตาม อาการที่สะท้อนผ่านเสียงสดๆที่ให้สัมภาษณ์ผ่าน "ไทยรัฐออนไลน์" ล่าสุด ทั้งประโยคที่ว่า "ขอเวลาทำเพื่อตัวเองบ้าง" หรือ "ผมเป็นคนไม่มีอนาคตทางการเมือง ขอเป็นคนของประชาชนต่อไปแค่นั้น"

ลดโทน "มุ่งมั่น" ลงไปถนัดใจ

ที่ สำคัญเลย โดยช็อตที่อดีตนายกฯทักษิณ เลือกเดินทางไปพบกับอดีตประธานาธิบดีเนลสัน แมนเดลา แห่งแอฟริกาใต้ ผู้โด่งดังเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ในฐานะสัญลักษณ์แห่งความปรองดอง

เหมือนต้องการสื่อความหมายเป็นนัยๆ

และ ล่าสุดตามจังหวะการขยับของพรรคเพื่อไทย โดยนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค เปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ยื่นโรดแม็ป 5 ข้อ เสนอเจรจารัฐบาล

เพื่อยุติความขัดแย้งในบ้านเมือง

เรื่องของเรื่อง โดยภาพของความต่อเนื่อง พอจะจับอารมณ์กันได้ ฝ่ายนายใหญ่ เริ่มออกอาการล้า "ถอนคันเร่ง" เบาเครื่อง

เดินกระแสเป็นฝ่ายทอดไมตรี

แต่ในอารมณ์ตรงกันข้ามกับฝ่ายถืออำนาจ ที่ตั้งป้อมขึงขัง พร้อมลุยรบหนัก

ตาม คิวแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารไม่มีรายการพลิกโผ "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผงาดขึ้นแท่นจ่าฝูงกองทัพบก ขนาบด้วยเพื่อนรัก "บิ๊กหนุ่ย" พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รั้งเก้าอี้เสธ.ทบ. ท่ามกลางขุนทัพ "บูรพาพยัคฆ์" รายล้อม

"กระชับพื้นที่" กองทัพอยู่ในกำมือแน่นปึ้ก

สานตำนานรอง ผบ.ทบ.คนที่ 2 ที่แหวกอาถรรพณ์ขึ้นเป็น ผบ.ทบ. ต่อจากคิวของ "บิ๊กสุ" พล.อ.สุจินดา คราประยูร อดีตนายกรัฐมนตรี

ตามจังหวะขี่หลังเสือยาว "บิ๊กตู่" จะเกษียณอายุราชการในปี 2557

ขณะ ที่คิวโยกย้ายนายตำรวจใหญ่ ก็มีจุดโฟกัสไปที่ชื่อของ พล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอัมพันธุ์กุล นายตำรวจคนสนิทของ "เดอะลิ้ม" นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำขาใหญ่ม็อบพันธมิตรฯ ที่ได้ขึ้นชั้นเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 คุมจังหวัดภาคเหนือตอนบน เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง พะเยา ฯลฯ

ลุยบู๊พื้นที่โซนแดงจัด

บ่งบอกเป้าหมายของยี่ห้อประชาธิปัตย์และฝ่ายคุมเกมอำนาจชัดเจน

รัฐบาล ทหาร ตำรวจ ยังอยู่ในโหมด "กระชับพื้นที่" คนเสื้อแดง

ตาม จังหวะ "เสี้ยม" แรงๆ เร้าฉากหนังบู๊ ในคิว "ปล่อยของ" ออกมาจากแกนนำขาใหญ่ม็อบพันธมิตรฯ ชี้เป้า "เนวิน ชิดชอบ-อนุทิน ชาญวีรกูล-วิชัย รักศรีอักษร" เครือข่ายหุ้นใหญ่ยี่ห้อภูมิใจไทย กำลังตกอยู่ในอันตราย

โดนหมายหัว "ลอบสังหาร"

โทษฐานทรยศนายใหญ่ แล้วยังตามดูดลูกพรรคเพื่อไทยไม่เว้นวัน

ฝ่ายถืออำนาจเดินฉากบู๊ล้างผลาญ สวนทางกับอดีตนายกฯทักษิณที่เล่นบทยอมอ่อนเข้าหา เพื่อนำไปสู่ความปรองดอง

ในอารมณ์ที่สังคมไทยกำลังเรียกหาความสงบ

ทั้ง นี้ทั้งนั้น ในจังหวะเดียวกับที่ "ทักษิณ" หลบกระแส ไม่ร่วมวงเกมชิงพื้นที่ข่าว เป้าโฟกัสก็จับจ้องไปที่ฝ่ายถืออำนาจ หุ้นส่วนใหญ่รัฐบาลทั้งยี่ห้อประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย ศอฉ. ไปยันม็อบพันธมิตรฯ

หลงเหลี่ยมกระแส เข้าเนื้อไปตามๆกัน

ต้อง พลิกจังหวะแก้เกมด้วยการปั่นกระแส "ดูด" ส.ส.พรรคเพื่อไทย หรืออย่างที่เห็นแค่ "ทักษิณ" โชว์รูปพบ "เนลสัน แมนเดลา" ยืนยันว่า ยังไม่ตายตามข่าวลือ ฝ่ายตรงข้ามก็รุมทึ้ง ตีปี๊บประเด็นภาพ "ตัดต่อ" เล่นข่าวกันอึกทึกครึกโครม

ตามจังหวะกลบข่าว "ศิริโชค โสภา" ย่องเข้าคุกพบ "วิคเตอร์ บูท" หลบปมวุ่นๆโยกย้ายในกระทรวงมหาดไทย หรือแม้แต่การ "กินไข่" ของพรรคการเมืองใหม่ ที่พ่ายแพ้สนามเลือกตั้ง ส.ก.และ ส.ข.แบบไม่ได้แม้แต่เก้าอี้เดียว

ตีกิน "ทักษิณ" ไม่ได้ ก็ขาดทุนกันถ้วนหน้า.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

ไม่กล้าหือ

ที่มา ไทยรัฐ

โผ ตำรวจเรียบร้อยไปตามคาด ตำแหน่งสำคัญ อาทิ ผบช.น. คงจะต้องมีการตั้งคำถามกันหลายตลบหรือนายตำรวจบางคนที่ได้รับการทั้งผลัก ทั้งดัน ไปไม่ถึงดวงดาว บางตำแหน่งมีการร้องเรียนไปจนถึงศาลปกครองอันเนื่องมาจากข้ามหัวข้ามหูข้าม รุ่นกันอย่างไม่เกรงใจ หัวโขนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติถูกรุมทึ้งจนแทบจะไม่เหลือศักดิ์ศรี

ชุลมุนวุ่นวาย

การ แต่งตั้งโยกย้ายไม่ว่าจะในกองทัพหรือในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระยะหลังเริ่มจะออกระเบียบป้องกันไม่ให้มีการก้าวก่ายจากภายนอกมากนัก โดยเฉพาะจากฝ่ายการเมือง กองทัพ ชักจะเข้าระบบวางทายาทกันไว้เป็นลำดับเลยไม่ค่อยยุ่งยาก

ลำพัง ก.ตร.หรือ กตช.คงจะทานอำนาจการแทรกแซงจากภายนอกคงลำบาก นอกเสียจากว่า สำนักงานตำรวจจะพร้อมใจกันต่อต้าน เรื่องการวิ่งเต้นเด็กเส้นเด็กฝากเป็นเรื่องธรรมดาในแวดวงสีกากี เป็นธรรมดาสำหรับสังคมอุปถัมภ์

แต่ต้องไม่น่าเกลียดจนเกินไป

ไม่ อย่างนั้น มันก็จะกลายเป็นเรื่องที่ต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ อย่างกับเหตุเกิดที่กระทรวงมหาดไทยยุค พ.ศ.นี้ ที่การโยกย้ายข้าราชการฉาวโฉ่ตั้งแต่ระดับปลัดกระทรวง อธิบดีกรม ผู้ว่าราชการจังหวัด ไปยันระดับนายอำเภอตัวเล็กๆ มีปัญหาให้นินทากันอึกทึกครึกโครม

นักวิ่งกระโดดข้ามค้ำถ่อ ข้ามหัวกันเป็นที่สนุกสนาน

ไม่ ต้องพูดถึงระบบคุณธรรม ไม่เน้นเรื่องความรู้ความสามารถ วัดกันที่ว่าใครท่องคาถา "ได้ครับพี่ ดีครับนาย สบายครับผม เหมาะสมครับท่าน" พร้อมสนองใบสั่ง

แต่งตั้งกันง่ายๆเลย

โดย ปรากฏการณ์ถึงขนาดที่คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) มีมติสั่งให้กระทรวงมหาดไทย ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งนายอำเภอ 41 คน รวมถึงปัญหาการแต่งตั้งนายมงคล สุระสัจจะ อธิบดีกรมการปกครอง เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทยคนล่าสุด ตามคิวที่สมาชิกวุฒิสภา อดีตปลัดกระทรวง เครือข่ายข้าราชการเก่ามหาดไทย ออกมาปลุกกระแสต่อต้าน

พูดกันถึงขนาดจะทำให้ระบบข้าราชการพัง

มี การเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ลงมาดูแลปัญหาการโยกย้ายในกระทรวงมหาดไทย ด้วยตัวเอง แต่ก็อย่างที่เห็นลีลาของ "นักลอยตัวมืออาชีพ" ในจังหวะขึงขังกันพอเป็นพิธี นายกฯอภิสิทธิ์พูดลอยๆออกอากาศผ่านสื่อไปถึงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ให้ดูแลดีๆ โดยยึดหลักคุณธรรม

พูดให้ดูหรูๆเข้าไว้

สุดท้ายคิวโยกย้ายบิ๊กข้าราชการมหาดไทยก็ผ่าน ครม. โดยไม่มีเสียงคัดค้านแม้แต่แอะเดียว

จะหืออะไรได้ ในเมื่อนายกฯก็ต้องพึ่งผู้อุปถัมภ์เหมือนกัน.

หมัดเหล็ก

การ์ตูน เซีย 04/09/53

ที่มา ไทยรัฐ


การ์ตูน เซีย 04/09/53

นายทหารราบ 7 เผยความขัดแย้งเหลือง-แดงแม่ฮ่องสอนยุติแล้ว หลังทำกิจกรรมปรองดอง

ที่มา ประชาไท

พ.ต.ประสิทธิ์ แก้วกำเนิด” ชี้สาเหตุขัดแย้งการเมืองเหลือง-แดง ในแม่ฮ่องสอนเพราะรับค่านิยมจากนักท่องเที่ยว แต่ตอนนี้ขัดแย้งยุติแล้วโดยยึดแนวทางพระเจ้าอยู่หัวฯ และมีการจัดกิจกรรมสร้างความปรองดองปกป้องสถาบันโดยกรมทหารราบที่ 7 เชิญคนสองกลุ่มทำกิจกรรมร่วมกันทั้งปลูกป่า พัฒนาวัด ร้องเพลงชาติ-สดุดีมหาราชา-สรรเสริญพระบารมี เล็งขยายผลไปจังหวัดอื่นเพื่อความปรองดองทุกพื้นที่


ที่หอประชุม อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อ 3 มิ.ย. ในภาพ พ.ต.ประสิทธิ์ แก้ว กำเนิด นายทหารกิจการพลเรือน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 7 จ.แม่ฮ่องสอน พร้อมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ร่วมเป็นสักขีพยานการจับมือประกาศยุติการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มคน เสื้อแดงและกลุ่มคนเสื้อเหลืองใน อ.ปาย (แฟ้มภาพของ: อสมท.)

วันนี้ (3 ก.ย.) เว็บไซต์ของสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี รายงานโดยอ้างอิงคำสัมภาษณ์ พ.ต.ประสิทธิ์ แก้วกำเนิด นายทหารฝ่ายกิจการพลเรือน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 7 ที่กล่าวยืนยันว่า ขณะนี้ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ไม่มีปัญหาความขัดแย้งทางความคิดระหว่างกลุ่มคนเสื้อเหลืองและเสื้อแดงแล้ว แม้ประชาชนจะได้รับความคิดหรือค่านิยมทางการเมืองจากนักท่องเที่ยวที่เดิน ทางมาในพื้นที่ก็ตาม เนื่องจากประชาชนแม่ฮ่องสอนมีพื้นฐานการอยู่ร่วมกันแบบแตกต่างแต่ไม่แตกแยก อยู่แล้ว ประกอบกับการจัดกิจกรรมนำร่องสร้างความปรองดองและปกป้องสถาบัน โดยทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 7

สำหรับ กิจกรรมที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 7 จัดขึ้น คือการเชิญชวนคนทั้งสองกลุ่ม มาทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิ การพัฒนาวัดในชุมชน การร้องเพลงชาติ เพลงสดุดีมหาราชาและเพลงสรรเสริญพระบารมี การปลูกป่า รวมถึงการเสวนาเพื่อหาแนวทางแก้ไขความตกต่ำทางเศรษฐกิจแม่ฮ่องสอนจาก สถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งหลังการจัดกิจกรรมได้ทำให้ปัจจุบันความขัดแย้งระหว่างคนเสื้อเหลืองและ เสื้อแดงยุติลง และอยู่ร่วมกันได้โดยยึดแนวทางพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พัน ตรีประสิทธิ์ กล่าวว่า จากความสำเร็จของแนวทางปรองดองในจังหวัดแม่ฮ่องสอน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 7 ได้ขยายผลการดำเนินงานไปยังจังหวัดอื่นๆ เพื่อให้เกิดความปรองดองขึ้นในทุกพื้นที่

บทกวีถึง “มหาตุลาการ”

ที่มา ประชาไท

" ตุลาการ คือลูกจ้าง ประชาชน

ใช่ยกตน เป็นเจ้านาย หมายกดขี่

ต้องรักษา เท่าชีวิต สิทธิเสรี

ใช่ย่ำยี เหยียดหยาม ความเป็นคน

ตุลาการ ต้องยกมือ ไหว้ชาวบ้าน

...ใช่ดักดาน เป็นเทวดา ห่า-เหว-หน

สวมครุย กรุยกราย ออกร่ายมนต์

แบ่งชน แบ่งชั้น บัญชาชี้

ตุลาการ ต้องคิด อย่างอิสระ

คือภาระ ที่หนักหนา คือหน้าที่

หากรับใช้ ใบสั่ง ดังกาลี

ตุลาการ แบบนี้ อย่ามีเลย ! "

หมายเหตุ

ผู้ เขียนเป็นทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งลงพื้นที่รับฟังและว่าความให้กับผู้ต้องขังที่ถูกจับกุมเนื่องจากเข้า ร่วมการชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมืองช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคมที่ผ่านมา รวมถึงเป็นทนายความให้กับนายสุวิชา ท่าค้อ ให้คดีละเมิดกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พรบ. ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

สื่อหลักบาง สำนักเรียกเขาว่า "ทนายความวันอาทิตย์สีแดง" เนื่องจากเขาเป็นทนายให้กับนายสมบัติ บุญงามอนงค์ ซึ่งถูกเรียกตัวตามหมายของ ศอฉ.

ใบตองชวนหัว: มองโลกแง่ดีเข้าไว้

ที่มา ประชาไท

“เราชนะแล้วแม่ (ยก) จ๋า” ยะตาใส
การเมืองใหม่ได้คะแนนร่วมแสนกว่า
ไม่ใช้เงินแต่ป้ายบานตระการตา
บางเขตมาไม่คาดหวังตั้งเกือบพัน!

“เราชนะแล้ว” พระวิหารต้านเขมร
ป๊อดฮุนเซนถีบทักษิณเพราะเสียขวัญ
เผ่นไปหาแมนเดลา...อย่าเชื่อมัน
มือเนลสัน “สีตก” ตลกมั้ย
อีกไม่นานฮุนเซนคงจิ้มก้อง
ต้นไม้เงินต้นไม้ทองมากราบไหว้
แมนเดลาต้องขอโทษประเทศไทย
แล้วจะยกโทษให้ได้ทัณฑ์บน

รัฐมนตรีญี่ปุ่นจุ้นไม่ออก
ยืนกิ๊กก๊อกจุดธูปข้างถนน
เที่ยววุ่นวายนักข่าวตายแค่หนึ่งคน
ใครจะสนเขา “ปรองดอง” กันจบแล้ว
รัฐบาลทั่นเชี่ยวชาญปราบการร้าย
“วิคเตอร์ บูท” เรื่องง่ายง่ายหัวใสแจ๋ว
อินทรีฮั่มหมีขาวฮึ่มครึมสองแนว
“วอลเปเปอร์” จับโยง “แม้ว” หน้าตาเฉย
ลดเหลื่อมล้ำทำเพื่อคนแร้นแค้น
ถูกสั่งปรับสองแสนเศร้าเหลือเอ่ย
รมต.ซับน้ำตาไม่ละเลย
เพิ่งเปิดเผย “สิบห้าล้าน” งานแต่งเมีย
เหรียญกล้าหาญต้องยกให้กรี๊ดด... “ไก่อู”
เห็นไทยรัฐเท่าหมูขู่ได้เสีย
ขอให้แน่ซักรายหมายช่วยเชียร์
อย่าเกี้ยเซี้ยทำเก่งแค่ “ประชาไท”
ร่วมยินดี “สมคิด” ไม่ผิดคาด
อธิการธรรมศาสตร์สู่ยุคใหม่
“เรารักธรรมศาสตร์สุดจิตใจ
เพราะธรรมศาสตร์สอนให้รักรัฐประหาร
นับแต่นี้บ้านเมืองจะเรืองรุ่ง
ตั้งเข็มมุ่ง “ปฏิลูบ” ช่วยชาวบ้าน
“สิ่งชำรุด” ก็ยังขุดมาช่วยงาน
...น่าสงสารต้องดิ้นรนบ่นแก้ตัว
ใบตองชวนหัว
3 ก.ย.53
.................................

การ์ตูน:ขบวนการมดสีแดง ตอน 1 ควบตอน 2

ที่มา Thai E-News



โดย Atk รักคนเท่ากัน
ที่มา เฟซบุ๊ค

สื่อสารเรื่องราว เมื่อเหล่าจอมมาร โอโล่(OlO)ครองเมือง

ถึงเวลาแล้ว ที่พี่น้องทั้งหลาย จะออกมาปกป้องเพื่อนพ้อง และประกาศสิทธิความเป็นมดสีแดงงงงงง





















สหพันธ์นิสิตนักศึกษาชุดใหม่ลั่นเชิดชูการต่อสู้คนเสื้อแดง ประณามมาร์ค/ไม่สังฆกรรมอานันท์-ประเวศ

ที่มา Thai E-News


พวก เรายืนยันว่าพลังนักศึกษาไม่ได้หายไปไหน ความอยุติธรรมทั้งหลายที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองนั้น นักศึกษาสัมผัสได้ เราเจ็บแค้น และเศร้าโศกเสียใจเช่นกัน..พวกเรายืนยันแนวทางการต่อสู้ของคนเสื้อแดง เราจะเชิดชูการต่อสู้ของประชาชนผู้ถูกกดขี่เจตน์จำนงของประชาชนจะต้องได้รับ การตอบสนอง


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
3 กันยายน 2553

สหพันธ์ นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ชุดใหม่ที่เข้าบริหารงานชุดปี 2553 ได้จัดแถลงข่าวเปิดตัว ณ อนุสาวรีย์ 6 ตุลาคม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และได้ออกแถลงการณ์สมัชชาใหญ่ โดยมีเนื้อหาประณามรัฐบาล คัดค้านไม่ให้ความร่วมมือกรรมการปฏิรูปชุดอานันท์-ประเวศ และสนับสนุนการต่อสู้ของคนเสื้อแดง จนกว่าเจตน์จำนงของประชาชนผู้ถูกกดขี่จะได้รับการตอบสนอง ดังมีเนื้อหารายละเอียดดังต่อไปนี้ ( ชมคลิปข่าวคลิ้กที่นี่ )




เป็นเวลากว่าสามเดือนแล้วที่รัฐบาลได้ใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมเรียกร้องข้อเสนอที่เป็นประชาธิปไตยของประชาชนคนเสื้อแดง

เป็น เวลากว่าสามเดือนแล้วที่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ถูกประหัตประหารด้วยกำลังจากน้ำ มือของทหาร และอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มาจากภาษีของพวกเขาเอง

ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติยังคงไม่ได้รับความเป็นธรรม

ยัง คงไม่มีใครออกมาแสดงความรับผิดชอบ แม้แต่รัฐบาล ในฐานะที่ควรจะต้องรับผิดชอบมากที่สุด เมื่อมีประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมากใจกลางกรุงเทพมหานครก็ตาม

รัฐบาล ไม่เพียงนิ่งเฉย หากแต่กลับป้ายความผิดให้กับผู้เสียชีวิตอย่างหน้าด้านๆ ให้พวกเขากลายเป็นผู้ก่อการร้าย เป็นผู้สร้างความเดือดร้อน และ เป็นผู้ทำร้ายประเทศไทย ทั้งๆที่เศรษฐกิจที่ล้มเหลว การเมืองที่เป็นเผด็จการ การทุจริตฉ้อฉลในทุกวงการ ที่เป็นตัวการทำร้ายประเทศไทยอย่างแท้จริงและหนักหน่วงที่สุด ล้วนแต่เป็นฝีมือของรัฐบาลทั้งสิ้น

อีกทั้งในเหตุการณ์เมษา-พฤษภา เลือดที่ผ่านมา หลักฐานมากมายระบุชัดว่า กองกำลังฝ่ายรัฐบาลคือผู้ยิงฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์มากกว่า 90 ชีวิต

ไม่ เพียงเท่านั้นรัฐบาลยังคงใช้สื่อเป็นเครื่องมือในการบิดเบือนข่าวสาร สร้างวาทกรรม ตีฝีปากเพื่อเอาภาพลักษณ์บดบังปัญหา ไม่ได้มีความจริงใจที่จะแก้ไขความขัดแย้งใดๆ หยิบยกเอาตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจปลอมๆที่ขัดแย้งกับความเป็นจริงของ ชีวิตประชาชนตามท้องนาและท้องตลาดที่ลำบากยากแค้นแสนเข็ญ มากลบเกลื่อนปัญหาที่ต้องรับผิดชอบ

ก็เหมือนใช้ใบบัวมาปิดซากศพของ ประชาชนเอาไว้ ตอนนี้ครอบครัวญาติพี่น้องของผู้สูญหายและเสียชีวิตยังคงร่ำไห้ได้แต่เก็บ ความเคียดแค้นไว้ในใจรอวันชำระ

และเป็นเวลาสามเดือนกว่า อีกเช่นกันที่ประชาธิปไตยในประเทศไทยดิ่งลงถึงจุดที่ต่ำที่สุดในนประวัติ ศาสตร์ แน่นอนว่าตัวอย่างที่ชัดเจน ก็คือจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ที่มีจำนวนสูงเกินกว่าในการปราบปรามประชาชนของรัฐบาลเผด็จการในอดีตเสียอีก

การเห็นต่างมีอานุภาพร้ายแรงจนสามารถสั่งเป็นสั่งตายคนได้ เป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยต้องจดจำไว้ว่าเรามีรัฐบาลเผด็จการทรราชย์ครอง เมือง ที่ใช้อำนาจผ่านกฎหมายพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อทำ ร้ายประชาชนอย่างชอบธรรม

นั่นคือรัฐบาลภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ ได้มองประชาชนผู้เรียกร้องการยุบสภา เป็นเพียงศัตรูที่จะต้องปราบปราม
แม้ จะดูเหมือนว่ารัฐบาลได้พยายามแสดงความตั้งใจที่จะคลี่คลายปัญหา และเร่งสร้างภาวะปรองดองสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นโดยตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ

แต่สิ่งที่เรามองเห็นคือการโกหกปลิ้นปล้อน และการผลาญงบประมาณโดยใช่เหตุ เราจะปฏิรูปประเทศได้อย่างไร ในเมื่อญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตยังไม่ได้รับความเป็นธรรม และเสียงของพวกเขายังถูกทำให้แผ่วหายไปในสายลม

ด้วยเหตุผลดังกล่าว นี้ พวกเรา ในนามของที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) และคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ จึงขอประกาศจุดยืนต่อจากนี้ที่ไม่ยอมอ่อนข้อต่อเผด็จการ และขอประณามการกระทำของรัฐบาลทรราชย์จอมสร้างภาพ ดังนี้:

1. พวกเราจะไม่ขอร่วมสังฆกรรมกับคณะกรรมการปฎิรูปฯ คนที่เป็นคู่กรณีย่อมไม่อาจเป็นตัวกลางผู้ไกล่เกลี่ยได้ จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าคณะกรรมการปฏิรูปฯ ที่ถูกตั้งขึ้นโดยรัฐบาล ผ่านการทาบทามนายประเวศ วะสี และนายอานันท์ ปันยารชุน นั้น เป็นเพียงคณะเล่นละครปาหี่ตบตาประชาชนเท่านั้น

และถึงที่ สุดคณะกรรมการที่ว่านี้ ก็ไม่ได้ประกอบขึ้นมาจากประชาชนทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง การปรองดองบนกองเลือดของผู้เสียชีวิตจะทำไม่ได้ การปรองดองบนความเกลียดชังย่อมไม่นำไปสู่สันติภาพ การที่รัฐบาลเข่นฆ่าประชาชนกลุ่มหนึ่ง แล้วยัดเยียดพวกเขาให้เป็นฝ่ายผิด จากนั้นก็มัดมือชกขอให้ลืมเรื่องราวทั้งหมดที่ผ่านมา ลืมความแค้น แล้วมาเริ่มต้นความสุขกันใหม่ ผู้ที่มีสามัญสำนึกรู้ผิดชอบชั่วดี ย่อมไม่อาจทำใจยอมรับได้

2. พวกเราขอประณามการใช้อำนาจเกินขอบเขตของรัฐบาล แม้ปากจะบอกให้ปรองดอง แต่รัฐก็ยังกุมอำนาจทุกอย่างไว้ในมือ กระทำการสองมาตรฐานได้อย่างหน้าไม่อาย

ใช้กฎหมายที่ขัด ต่อรัฐธรรมนูญ และเสรีภาพของประชาชนอย่างไม่สะทกสะท้าน เพื่อสั่งปิดสื่อของฝ่ายตรงข้าม และให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐในการตีความและจับกุมคนที่เห็นต่างได้อย่าง เต็มที่ ทั้งกรณีของนักเรียนนักศึกษาจังหวัดเชียงรายที่ถูกจับเพราะมาชูป้าย “เราเห็นคนตายที่ราชประสงค์” กรณี บ.ก.ลายจุด ที่ถูกจับเนื่องจากมาผูกผ้าแดงที่แยกราชประสงค์ หรือคุณนที สรวารี ที่ถูกจับเพียงเพราะตะโกนคำว่า “ผมเห็นคนตายที่นี่”

ไม่ ใช่แต่เพียง เท่านี้ ยังมีประชาชนจำนวนมากที่ถูกจับกุมด้วยเหตุผลอันไม่เป็นธรรม หากแต่ในขณะช่วงเวลาเดียวกันกับกรณีข้างต้น ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรมาปักหลักชุมนุมหน้าสำนักงานยูเนสโก (UNESCO) หรือพยายามจะบุกทำเนียบรัฐบาลอีกครั้งก็ตาม รัฐบาลนี้กลับบอกว่าไม่ถือเป็นการสร้างความเดือดร้อน แม้จะอยู่ใต้การบังคับใช้กฎหมายฉบับเดียวกัน

นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์เอง ก็ยังไปร่วมขึ้นเวทีทวงคืนเขาพระวิหารของกลุ่มพันธมิตรอีกด้วย

3. พวกเรายืนยันแนวทางการต่อสู้ของคนเสื้อแดง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เรายังคงขอยึดแนวทางประชาธิปไตยที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนอย่างไม่มี เงื่อนไขใดๆเป็นที่ตั้ง เราจะเชิดชูการต่อสู้ของประชาชนผู้ถูกกดขี่เจตน์จำนงของประชาชนจะต้องได้รับ การตอบสนอง

เพราะประชาชนคือเจ้าของประเทศ ไม่ใช่แค่ฟันเฟืองตัวเล็กตัวน้อยที่ตรากตรำทำงานหนักแล้วยังต้องจ่ายภาษีไป ให้กลุ่มอำมาตย์ และรัฐบาลสันดานโจรสูบกินเสวยสุขกันอย่างไร้ประโยชน์ เราจะขอต่อสู้เคียงข้างเจ้าของประเทศตัวจริง นั่นคือ ประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ จนกว่าความเท่าเทียมเสมอภาคจะมาถึง

4. พวกเรายืนยันว่าพลังนักศึกษาไม่ได้หายไปไหน ความอยุติธรรมทั้งหลายที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองนั้น นักศึกษาสัมผัสได้ เราเจ็บแค้น และเศร้าโศกเสียใจเช่นกัน แม้ว่าครั้งนี้พวกเราจะรู้ตัวช้า และปล่อยให้พ่อแม่พี่น้องต้องออกแรงก่อน แต่เมื่อพวกเราตื่นขึ้นแล้ว

เรา จะไม่หลับอีกต่อไป เราขอร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กับพ่อแม่พี่น้อง เป็นกำลังใจ เป็นแนวร่วม เป็นความหวัง และเป็นเพื่อนร่วมรบกับปีศาจเผด็จการที่ชั่วร้ายในสมรภูมิแห่งนี้ที่ชื่อว่า ประเทศไทยต่อไปจนได้รับชัยชนะ

และท้ายที่สุดแม้ว่าพวกเราจะไม่ใช่ตัวแทนของนิสิตนักศึกษาทั้งประเทศ แต่พวกเราเชื่อว่าสิ่งที่เราทำนั้น เป็นตัวแทนของความถูกต้อง

พวก เราเชื่อว่า หัวใจอันยิ่งใหญ่และบริสุทธิ์ของประชาชนผู้รักความเป็นธรรม จิตวิญญาณแห่งเสรีชนที่รักความก้าวหน้า และไม่ยอมก้มหัวให้กับอำนาจบาตรใหญ่ใดๆ พวกเขาคือประชาชนผู้ศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย และพวกเขาคือคนที่จะหลอมรวมกันเป็นพลังเพื่อจะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้ บังเกิดประโยชน์สุขต่อประชาชนอย่างแท้จริง

สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่ง ประเทศไทย (สนนท.) ขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะร่วมกันขับเคลื่อนอนาคตของประเทศไทยไปสู่สังคมที่ยึด มั่นในหลักการแห่งเสรีภาพ เสมอภาค และภราดรภาพในท้ายที่สุด

จงร่วมกันเร่งสภาวะประชาธิปไตยเสรีสมบูรณ์!

สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)

สหพันธ์ นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยชุดใหม่แจ้งด้วยว่า เตรียมเดินสายภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อสานสัมพันธ์และชี้แจงยุทธศาสตร์ของสนนท.
http://downmerng.blogspot.com
--
http://www.unblockallweb.com/
http://downmerng.blogspot.com
http://picasaweb.google.com/prainn999/14255302# ทัพผ่านฟ้าสู่ราชประสงค์ วันที่ 14 เมษายน 2553
http://www.unblockallweb.com/index.phpq=aHR0cDovL2Rvd25tZXJuZy5ibG9nc3BvdC5jb20%3D&hl=3e8
http://www.112victims.org/
http://www.thaifreenews.org/
http://friendfeed.com/
http://chirpcity.com/bangkok/3
http://www.radaroo.com/
http://factsforthais.blogspot.com/2009/05/7.html
http://tv.kapook.com/nbt.php
http://friendfeed.com/antactica
block
http://www.ustream.tv/channel/redheart
http://redpower-sm-germany.com