"สื่อมวลชน" เหยื่อความรุนแรงทางการเมือง

THAILAND'S VIOLENCE, KING'S SILENCE

วันเสาร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2553

เวบไซต์ของKempinski ระบุ ว่า สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ถือหุ้นใหญ่และเป็นเจ้าของ Kempinski

วันพฤหัสบดี, กันยายน 30, 2010

'ตูนGag Lasvegas:ทัศนคติที่เป็นอันตรายต่อ..

หมิ่นสถาบันกษัตริย์ในห้องน้ำปั๊มน้ำมัน มีชัย ฤชุพันธุ์เตือนถ้าเจ้าของไม่ลบทิ้งอาจมีความผิดเสียเอง



พระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงฉลองพระองค์สูททักซิโดสีดำ เสด็จฯลงจากชั้น 16 ร.พ.ศิริราช ทอดพระเนตรการแสดงดนตรีออร์เคสตรา ที่เชิญเพลงพระราชนิพนธ์รวม 19 เพลงมาแสดงเบื้องพระพักตร์ ซึ่งคณะแพทย์ร.พ.ศิริราชจัดถวาย เมื่อค่ำวันที่ 29 ก.ย. งานคอนเสิร์ตดังกล่าวเพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ทรงพระเกษม สำราญ และเพื่อรำลึกถึง วันที่ 29 ก.ย.2516 ที่เสด็จฯมาทรงดนตรีที่หอประชุมราชแพทยาลัย (ภาพข่าว:รอยเตอร์)


ที่มา มติชนออนไลน์


มติชนออนไลน์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2553 ในเวบไซต์ www.meechaithailand.com ของ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานวุฒิสภา อดีตมือกฎหมายรัฐบาลหลายสมัย และประธานกรรรมการกฤษฎีกา คณะ 1 ได้ตอบคำถามกฎหมาย ในคอลัมน์ ถาม-ตอบกับมีชัย ในประเด็นเรื่องข้อความหมิ่นสถาบัน ซึ่งถามโดย “ไกรวัลย์ เกษมศิลป์”

ประเด็น คำถาม เรื่อง ข้อความหมิ่นสถาบัน ของ ไกรวัลย์ เกษมศิลป์ ถามว่า

“ ผมได้เข้าไปใช้ห้องน้ำในปั๊มน้ำมัน พบเห็นการเขียนข้อความให้ร้ายต่อสถาบันกษัตริย์ อยากจะถามว่าเจ้าของสถานที่จะมีความผิดไหมครับที่ปล่อยให้มีข้อความอย่างนี้ ถ้าหากจะเอาผิดกับเจ้าของสถานที่หรือให้เจ้าของสถานที่เขาลบข้อความเหล่านี้ เสีย จะทำอย่างไรครับ ถ้าหากว่าเจ้าของสถานที่ไม่ทำอะไรเลยแล้วก็ปล่อยให้มีข้อความอย่างนี้อยู่ ต่อไป จะไปแจ้งความเอาผิดกับเจ้าของสถานที่ได้ไหมครับ”


นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ตอบคำถามว่า
“ ถ้าเจ้าของเขารู้เห็นข้อความนั้นแล้วยังไม่ลบทิ้งเจ้าของสถานที่ก็อาจมีความ ผิดเสียเองได้ ถ้าใครพบเห็นก็ควรช่วยกันแจ้งให้เจ้าของเขาลบทิ้ง หรือแจ้งกับตำรวจให้ไปดู”

สัมภาษณ์จีรนุช เปรมชัยพร ผอ.ประชาไท:คำถามที่ไม่มีคำตอบ ทำไมสมาคมสื่อ-องค์กรสิทธิฯเงียบเฉย


คุณ จีรนุช เปรมชัยพร ผู้อำนวยการเวบไซต์ประชาไท ระหว่างถูกสอบสวนที่สภอ.เมืองขอนแก่น กลางดึกวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา เธอถูกควบคุมตัวที่สนามบินสุวรรณภูมิขณะเดินทางกลับจากไปประชุมเรื่องเสรี ภาพอินเตอร์เน็ตในต่างประเทศ ด้วยข้อหาที่ผู้อ่านประชาไทแสดงความเห็นในท้ายข่าว ซึ่งถูกกล่าวหาว่าหมิ่นสถาบันกษัตริย์ ตำรวจให้ประกันตัวในกลางดึกวันนั้น ต่อไปนี้เป็นบทสัมภาษณ์เกี่ยวเนื่องกรณีดังกล่าว


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
30 กันยายน 2553

Q:คุณ จีรนุชช่วยเล่าเหตุการณ์วันที่ถูกควบคุมตัวที่สนามบินให้ฟังหน่อย ลำดับเหตุการณ์เป็นยังไงมั่ง ตั้งแต่ลงสนามบินมาเจออะไร ไปจนถูกควบคุมตัวขึ้นรถไปขอนแก่น(แล้วก็ทำไมเขาไม่พาขึ้นเครื่องบินไป ขอนแก่น...) และเมื่อไปถึงขอนแก่นเหตุการณ์เป็นไงมั่งช่วยเล่าให้ฟังด้วย จนถึงขั้นได้ประกันตัว

ดิฉันไปประชุมเรื่องเสรีภาพอินเตอร์ เน็ตที่ต่างประเทศ พอกลับประเทศ มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิตอนบ่ายสอง กว่าจะถึงตรวจคนเข้าเมือง(ตม.)ก็บ่ายสองครึ่ง เขาก็แจ้งว่ามีปัญหานิดหน่อย โดยยังไม่ได้บอกปัญหาอะไร ให้เรานั่งรอ บอกแค่ว่าอาจจะมีหมาย มีอะไรอยู่ และกำลังตรวจสอบว่าเราตรงกับคนตามการแจ้งรึเปล่า ประมาณครึ่งชั่วโมงถึงมาบอกว่าตรงกัน แล้วจึงแจ้งว่ามีหมายจับ ออกโดยศาลจังหวัดขอนแก่น

ตำรวจตม.ไม่รู้รายละเอียดคดีมากนัก เขาบอกว่าเขามีหน้าที่ที่จะคุมตัวส่งให้กับสภ.เมืองขอนแก่นเท่านั้นเอง ตอนนั้นก็ประมาณบ่ายสามโมงกว่า ทำบันทึกการจับกุมที่นั่น ถึงประมาณห้าโมงครึ่งก็ออกเดินทางไปขอนแก่น ตำรวจ ตม.ส่งครึ่งทาง ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่นมารับไปต่ออีกครึ่งทาง นัดเจอกันที่ปั๊มปตท.ตรงโคราช ประมาณสามทุ่มเศษอยู่ตรงนั้น

จากนั้นก็ไปขอนแก่นด้วยรถปิ๊กอัพเหมือนเดิม นั่งตรงแค็ป ถึง สภ.เมืองขอนแก่นประมาณห้าทุ่มสิบห้า

พอ รู้ว่ามีปัญหาก็ติดต่อแจ้งทนายและทีมงานเพื่อให้ตามมาตั้งแต่ตอนอยู่ กรุงเทพฯแล้ว และให้ทนายสอบถามเรื่องการประกันตัว ตอนแรกตำรวจขอนแก่นบอกว่าคงไม่ได้ประกันคืนนี้หรอก น่าจะเป็นวันรุ่งขึ้น ซักพักหนึ่งทนายโทรบอกว่า ตำรวจโทรบอกใหม่ว่าให้ประกันคืนนี้

ก็ อยากให้ทนายไปถึงเร็วๆ เพราะทนายไปแยกอีกคัน ก็ใช้เงินสดสองแสนในการประกัน เพื่อนช่วยหยิบยืมมาให้ก่อน ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวตามสัญญาประกันตอนหนึ่งนาฬิกา แล้วก็สอบปากคำผู้ต้องหา เราให้การปฏิเสธขอให้การชั้นศาล เสร็จประมาณตีสองครึ่ง ก็กลับคืนนั้นเลย

Q:ระหว่างทางไปขอนแก่น เจ้าหน้าที่หน่วยไหนพาไป มีสอบถามหรือสนทนาอะไรบนรถ

ไม่ ได้มีลักษณะข่มขู่อะไร เจ้าหน้าที่ตำรวจมีท่าทีที่ดี เนื่องจากตำรวจก็ไม่รู้รายละเอียดคดีเท่าไร่ แต่เพื่อนที่กลับมาจากต่างประเทศด้วยกัน และขอติดรถตำรวจเป็นเพื่อนก็ได้คุยกับตำรวจบ้าง เป็นบรรยากาศคุยกัน ไม่ได้อึดอัด บทสนทนาไม่ได้มีอะไรเป็นการพิเศษ

ส่วนตำรวจขอนแก่นที่มารับตัวครึ่งทางที่โคราช แทบจะไม่ได้คุยอะไรมาก ไม่ได้เป็นทีมสืบสวนด้วย เป็นตำรวจหนุ่มแค่ขับมารับ

Q:เจ้า หน้าที่แจ้งข้อหาพรบ.คอมพิวเตอร์เขาได้ตามเอาผิดคนที่postความเห็น ท้ายกระทู้ด้วยไหม หรือมีการตามไปเอาความผิดเวบมาสเตอร์ฟ้าเดียวกันด้วยไหม(เพราะลงข่าวที่เป็น ปัญหาเช่นกัน)

ตรงนี้ไม่ทราบ

Q:ปฏิกริยา ของสื่อมวลชนต่างประเทศ หรือองค์กรด้านสื่อต่างประเทศดูจะactiveในการติดตาม หรือรณรงค์ปล่อยตัวมาก แต่องค์กรสมาคมสื่อในประเทศไทย และองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยดูจะเงียบเฉย น่าจะเพราะอะไร และอยากพูดอะไรถึงทั้งพวกที่รณรงค์ปล่อยตัว กับพวกที่เงียบเฉยบ้าง

โดย ส่วนตัวขออนุญาตที่จะไม่แสดงความคิดเห็นในส่วนนี้ แต่เข้าใจได้ว่าองค์กรแต่ละที่มีสิ่งที่ต้องวางน้ำหนัก ให้ความสำคัญ เรื่องต่างๆ แตกต่างกัน ก็ไม่ได้มีความเห็นอะไรพิเศษ เป็นสิทธิของแต่ละองค์กรที่จะดำเนินการอย่างไร

Q:เกี่ยว กันไหมว่าที่องค์กรสื่อกระแสหลัก(สมาคมนักข่าว)ที่ไม่รณรงค์เคลื่อนไหวใดๆใน กรณีคุณจีรนุชเพราะเห็นประชาไทมีจะจุดยืนนำเสนอข่าวที่ดูเห็นอกเห็นใจคน เสื้อแดง หรือต่อต้านรัฐบาล คล้ายๆกับการเงียบเฉยกรณีหนังสือRED POWERถูกปิดแท่นพิมพ์ หรือคุณจอม เพชรประดับถูกบีบออกจากวิทยุอสมท.

ถ้าจะให้ดี ไทยอีนิวส์ลองสอบถามสมาคมสื่อดูก็น่าจะได้คำตอบ

Q:มี คนตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมคดีตั้งนานเพิ่งมาจับ แล้วก็จับเสร็จพานั่งรถไป400กิโล จับวันศุกร์ซึ่งอาจยุ่งยากไม่ได้ประกัน เป็นการทำเพื่อกดขวัญคุณจีรุชหรือประชาไทหรือเปล่า

เรื่อง นี้ก็ยังหาคำอธิบายที่ชัดเจนไม่ได้เหมือนกัน ก็อยากฟังคำอธิบายอยู่ว่าทางรัฐจะอธิบายอย่างไร เช่น การไม่ได้รับรู้หมายจับล่วงหน้า ทั้งที่ผ่านมาก็เดินทางเข้าออกประเทศอยู่หลายรอบ

Q:กรณีที่เกิดขึ้นอยากบอกถึงฝ่ายต่างๆว่าไงมั่ง(รัฐบาล,สื่อ,องค์กรสิทธิมนุษยชน,ฝ่ายต่างๆที่เคลื่อนไหวทางการเมือง,ประชาชน)
( - )

Q:สื่อแบบประชาไทมีทางรอดในสังคมไทย โดยได้รับการอุดหนุนจากผู้อ่านอย่างกรณีwikileaksหรือไม่

ประชา ไทกับวิกิลีกส์อาจจะไม่ใช่ข้อเปรียบเทียบกัน เพราะวิกีไม่ได้มีกองบก.แบบประชาไท ส่วนเรื่องทางรอดก็เป็นเรื่องที่เรากำลังเรียนรู้และพยายาม คงยังตอบไม่ได้ แต่ที่เรายังทำอยู่นี้ก็เชื่อว่ายังทำได้ คงต้องลองทางต่างๆ ดู

Q:อยากพูดอะไรถึงกรณีที่โดนจับกุมตัวในคดีนี้อีก

การ ที่ตัวเองได้รับการประกันตัวในคืนนั้น โดยส่วนตัวเชื่อว่าควรเป็นสิทธิของคนโดยทั่วไป ไม่ว่าดึกแค่ไหน วัดหยุด วันนักขัตฤกษ์หรืออะไรก็ตาม ผู้ต้องหาควรได้สิทธิในการประกันตัว อยากเห็นมันเป็นสิทธิโดยทั่วไปของคนทุกคน ของคนที่ถูกจับไม่ว่าจะเป็นที่รู้จักโดยทั่วไปหรือไม่

ในกรณีของ ตัวเอง ต้องบอกว่าวันนั้นคิดว่าที่ตัวเองได้รับการประกันตัวในวันนั้น เข้าใจว่ามาจากการที่หลายส่วนช่วยกันพยายามติดตามเรื่อง ทำให้เป็นที่รับรู้และมีการติดต่อประสานงานไปยังบุคคลต่างๆ เท่าที่รู้จัก เช่น คุณสุภิญญา กลางณรงค์ ก็ถือเป็นคนหนึ่งที่มีส่วนในการช่วยติดต่อประสานงานกับองค์กรสื่อและองค์กร ด้านสิทธิทั้งในและต่างประเทศ ก็ต้องขอบคุณ รวมทั้งขอบคุณบุคคลอื่นๆ ที่ช่วยกันโดยไม่ได้เอ่ยนาม

อีกอย่างคือ คดีแบบนี้มีปัญหาในกระบวนการดำเนินคดีอยู่หลายประการ แต่อันหนึ่งที่สำคัญคือ ใครก็ทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับใครก็ได้ทั่วราชอาณาจักร ซึ่งมันสามารถกลั่นแกล้งกันได้ไม่ยาก

วันพุธ, กันยายน 29, 2010

RED OTOPแดงซื้อแดงขาย1-3ตุลาฯอิมพีเรียลลาดพร้าว ช็อปไปเพลินไปกับดนตรี+อภิปราย



ตารางสัมมนา งาน Red Together โอทอปคนเสื้อแดง

วันที่ 1 ตุลาคม 2553



10.30 - 12.00 น.-การแสดงละครการเมืองของกลุ่มนิสิต กวีการเมือง และโฟค์ซองเพื่อชีวิต หลากหลายสถาบัน

12.00 - 13.00 น.-วิทยุชุมชน
13.00 - 15. 00 น.-สัมมนาหัวข้อ “ประชาชนต้องเตรียมใจรับกรรม กับการกระทำของรัฐบาลชุดนี้” โดย วิทยากร ดร.สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย อดีตประธานกรรมาธิการการคลังการธนาคาร และสถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎร ผู้ดำเนินรายการ คุณสมยศ พฤกษาเกษมสุข

15.00 - 17.00 น.-รายการเสียงประชาชน คอนเสิร์ต เสียงประชาชน “สามหนุ่มรากหญ้า” แนะนำโครงการใหม่คนเสื้อแดง ของ เอเซียอัพเดท

17.00 - 21.00 น. พิธีเปิดอย่างเป็นทางการ โดย คุณสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ และ พอ.ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย พบคุณจาตุรนต์ ฉายแสง, คุณจตุพร พรหมพันธ์ , พลโทมะ โพธิ์งาม, คุณนพดล ปัทมะ , คุณไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์, คุณต่อพงษ์ ไชยสานส์, คุณวรชัย เหมะ, ดร.ประแสง มงคลศิริ, คุณสมหวัง อักษราศรี, คุณวรวุฒิ วิชัยดิษฐ์ และ อีกหลาย ๆ
ท่าน โดยพิธีกร คุณอนุสรณ์ (โอปอ)และ คุณนารีรัตน์

ศิลปินประชาธิปไตย เช่น ไกรศร พรไพโรจน์, ป้อม กรองทอง, นุช พจมาน, อู๋ เสรีชน ,ตลกทายาทเจ๋ง ดอกจิกและอื่น ๆ อีกมากมาย

วันที่ 2 ตุลาคม 2553

10.00 - 12.00 น.-การแสดงละครการเมืองของกลุ่มนิสิต กวีการเมือง และโฟล์คซองเพื่อชีวิต หลากหลายสถาบัน

12.00 - 13.00 น.-วิทยุชุมชน

13.00 - 15. 00 น.-สัมมนาหัวข้อ “คืนความสุขให้คนเสื้อแดง” โดย วิทยากร

รศ.สุดสงวน สุธีสร
อาจารย์ประจำคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ผศ. ดร.สุดา รังกุพันธุ์
อาจารย์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผศ. ดร.จารุพรรณ กุลดิลก
อาจารย์พิเศษภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหิดล
คุณอรรถชัย อนันตเมฆ
ดารานักแสดง เสื้อแดง
ผู้ดำเนินรายการ คุณสายลมรัก


15.00 - 17.00 น.-รายการเสียงประชาชน คอนเสิร์ต เสียงประชาชน “สามหนุ่มรากหญ้า” แนะนำโครงการใหม่คนเสื้อแดง ของ เอเซียอัพเดท

17.00 - 17.30 น.-คุณวัฒน์ วรรลยางกูร “กวีสีแดง” นักเขียนรางวัล ศรีบูรพา

17.30 -21.00 น.-ศิลปินประชาธิปไตย เช่น ไกรศร พรไพโรจน์, ป้อม กรองทอง, นุช พจมาน, อู๋ เสรีชน และ
ท่านอื่น ๆ อีกมากมาย, ตลกทายาทเจ๋ง ดอกจิก, และอื่น ๆ อีกมากมาย


วันที่ 3 ตุลาคม 2553

10.00 - 11.30 น.-การแสดงละครการเมืองของกลุ่มนิสิต กวีการเมือง และโฟล์คซองเพื่อชีวิตหลากหลายสถาบัน

11.30 - 12.00 น.-การเดินแฟชั่นโชว์ โดย Miss Princess UDD

12.00 - 13.00 น.-วิทยุชุมชน

13.00 - 15. 00 น.-สัมมนาหัวข้อ “ทิศทางโอทอปไทย ในปัจจุบัน”

โดย วิทยากร ดร.สุชาติ ธาราธำรงเวช
อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
คุณวัชระ แววดำ
ผู้ดำเนินรายการหมุนทวนโลก ช่องพีเพิลชาเนล
คุณนรินทร์ จิยารมณ์
กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฟรชมาร์ท อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
(มหาชน)และนายกสมาคมแฟรนไชส์
ผู้ดำเนินรายการ คุณตรีณปรางค์


15.00 - 17.00 น.-รายการเสียงประชาชน คอนเสิร์ต เสียงประชาชน “สามหนุ่มรากหญ้า” แนะนำโครงการใหม่คนเสื้อแดง ของ เอเซียอัพเดท

17.00 - 21.00 น.-ละครการเมืองของกลุ่มนิสิต กวีการเมือง และโฟค์ซองเพื่อชีวิต หลากหลายสถาบัน ,ศิลปินประชาธิปไตย เช่น ไกรศร พรไพโรจน์, ป้อม กรองทอง, นุช พจมาน, อู๋ เสรีชน และ ท่านอื่น ๆ อีกมากมาย, ตลกทายาทเจ๋ง ดอกจิก, ไมเคิล เชิญยิ้มและอื่น ๆ อีกมากมาย

แถลงการณ์ของจักรภพ เพ็ญแข ในเหตุไฟไหม้บ้าน



แถลงการณ์ของ นายจักรภพ เพ็ญแข ในเหตุไฟไหม้บ้าน
วันพุธที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๓



ผม ได้ทราบข่าวไฟไหม้บ้านคุณพ่อคุณแม่ของผมในช่วงสายของวันอังคารที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุ ไฟได้ทำลายบ้านและทรัพย์สินในบ้านที่สะสมไว้ตลอดชีวิตของพวกเราเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะชั้นบนของบ้าน

ถึงคุณพ่อคุณแม่และน้องสาวของผมจะไม่ได้รับ อันตรายใดๆ จากเหตุร้ายนี้ แต่ก็ได้รับความกระเทือนใจอย่างสูงเมื่อบ้านที่คุณพ่อคุณแม่สร้างขึ้นด้วย น้ำพักน้ำแรงและมีอายุถึง ๔๔ ปีแล้ว มีอันต้องถูกทำลายลง โดยเฉพาะเมื่อคุณพ่อคุณแม่ของผมสูงวัยถึง ๘๓ ปี และ ๗๓ ปีแล้วอย่างนี้ ตัวผมเองอยู่ไกลบ้าน ไม่อาจเดินทางไปร่วมทุกข์กับคุณพ่อคุณแม่และน้องสาวได้ ก็รู้สึกเศร้าใจและหาทางบรรเทาความทุกข์ร้อนของท่านตามประสาที่คนลี้ภัยการ เมืองจะทำได้

สาเหตุของไฟไหม้ยังคงไม่แน่ชัด อาจเป็นอุบัติเหตุ หรือการวางเพลิงโดยเจตนาก็ได้ หลายท่านมีความเห็นว่า วิกฤติการเมืองที่ระอุขึ้นทุกทีในขณะนี้ อาจเป็นแรงผลักดันอย่างหนึ่ง ผมเองยังไม่อาจสรุปได้ และขอรอดูหลักฐานการสอบสวนตามกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์และอื่นๆ ก่อน

แต่ ขอใช้โอกาสนี้เตือนพวกเราที่กำลังต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยให้ระมัดระวังตนเอง ครอบครัว คนที่รัก และทรัพย์สินไว้ให้ดี สถานการณ์เช่นนี้เปราะบาง และอาจมีผู้คิดร้ายกระทำการทำร้ายและทำลายเราด้วยวิธีการต่างๆ ได้ โปรดถือเหตุการณ์บ้านคุณพ่อคุณแม่ผมเป็นตัวอย่าง และขออย่าได้ประมาทเลยแม้แต่น้อย

ผมขอขอบคุณมวลชนชาวประชาธิปไตย ทุกท่านที่มีน้ำใจไมตรีต่อครอบครัวของผม เมตตากรุณาในเรื่องต่างๆ มากมายนับตั้งแต่รู้ข่าว บางท่านอุตส่าห์เดินทางมาจากต่างจังหวัดกันเป็นกลุ่ม เสนอตัวช่วยเหลือทุกอย่าง แม้กระทั่งเสื้อผ้าและอาหาร ทำให้ผู้ชราทั้งสองท่านมีกำลังใจดีขึ้น

ขอขอบคุณเช่นกันต่อพี่น้อง สื่อมวลชนที่เสนอข่าวนี้อย่างกว้างขวาง โดยไม่เห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัว และช่วยตั้งข้อสังเกตว่า เรื่องจริงอาจจะซับซ้อนกว่านั้น

ผมขอให้ พวกเราชาวประชาธิปไตยทุกๆ คนมีจิตใจที่เข้มแข็งมั่นคง พร้อมรับมือกับความท้าทายทุกอย่างจากฝ่ายผู้มุ่งทำลายประชาธิปไตย เพื่อขับเคลื่อนบ้านเมืองของเราไปสู่ความตาสว่างทั้งแผ่นดินด้วยเทอญ


ด้วยความเคารพรักมวลมหาประชาชนและชาติบ้านเมืองเป็นอย่างสูง

จักรภพ เพ็ญแข


********
Statement of Mr. Jakrapob Penkair On the Fire Incident at His Bangkok Home
Wednesday, September 29, 2010



I was kept informed, as it happened concerning the disastrous fire that consumed my parent’s home in Bangkok late morning of Tuesday, September 28, 2010. The fire completely destroyed the house and most of my all family’s life-long possessions. The entire upper floor of the structure is completely gone. Though my parents and sister were not harmed, they are greatly disheartened to realize that the house they built and lived in for over 44 years is now gone. It was quite a blow for a 83 and 73 year-old couple like my parents. Away from Thailand and unable to be with them during this time of great distress, I am deeply saddened and am trying to do my utmost in assisting them any way I can.

The exact source of the fire is not yet clear. It could have been an accident or perhaps sabotage. The ever-heating political situation may have been a contributing factor. I will not rush into any conclusion, but rather follow up on the forensic investigative procedures. Nevertheless, let me take this opportunity to warn all of us who fight for democracy to be extra careful in regards to yourself, your family, your loved ones, and your property. The overall political situation is quite fragile. We can be vulnerable to danger and risk at any turn. Please learn from this tragic incident which affect me and my parents’ home.

I would like to express my deep appreciation for the generosity expressed so overwhelmingly by the supporters of our democratic movement. Many have offered help in various ways since the news broke. Some groups took an extra effort travelling from their hometowns to support my parents and my sister, offering everything from clothes to food products, boosting the morale of two elderly persons whom are cherished in my heart.

Let me thank the media for distributing the news without prejudging this personal issue, and for an observation that there could have been something more sinister.
May I wish all of us in the democratic movement a strong and stable mind, ready to accept all kinds of challenges now and ahead, in order to lead this country to true democracy.


With respect to the will of the people and with deep love of my country,

Jakrapob Penkair

จำแนกกลุ่มต่างๆ ในขบวนการประชาธิปไตยแดงทั้งหลาย



โดย ชัยนรินทร์ กุหลาบอ่ำ ผู้ประสานงานแดงสยาม

หมายเหตุ:บท ความนี้เป็นส่วนหนึ่งที่คุณชัยนรินทร์ กุหลาบอ่ำ ผู้ประสานงานกลุ่มแดงสยาม บรรยายให้นักศึกษาฟัง ที่คณะนวตกรรมสังคมท มหาวิทยาลัยรังสิต เมื่อวันที่17 กันยายนที่ผ่านมา

ด้วยความคิดแว้บแรกสืบจากการได้เห็นความสนใจในหลายๆผู้คนที่พบปะแลกเปลี่ยน กับผู้เขียน และมักจะถามถึงว่าขบวนการคนเสื้อแดงว่าเป็นมาเป็นไปอย่างไร?

ผม จึงตกลงใจว่าจะลองประมวลข้อมูลในหลายๆมิติที่ผู้เขียนเข้ามาอยู่ในขบวนการ เสื้อแดงตั้งแต่ต้นแ ละตรวจสอบจากแหล่งวัตถุดิบที่มีชีวิต และไม่มีชีวิตทั้งหลาย หวังว่าจะพอมีประโยชน์อยู่บ้างต่อพี่น้องเสื้อแดง แม้ศอฉ. สันติบาล ทั้งหลายจะทำเป็นรายงานเสนอเจ้านายก็ไม่ว่ากัน ซึ่งข้อเขียนนี้ ผู้เขียนขอรับผิดชอบหากผิดพลาด แต่หากสมประโยชน์ก็อย่านำไปบิดเบือน แค่นี้ก็พอใจแล้วครับ

กลุ่มแรกขอเรียกว่ากลุ่มประชานิยม มีความหลากหลายและแตกต่างด้าน เศรษฐกิจ สังคม อาชีพ การศึกษา แต่มีส่วนร่วมทางการเมืองเหมือนกัน คือชมชอบนโยบายประชานิยม รักเชื่อมั่นผู้นำ ยึดมั่นในระบอบ ประชาธิปไตย รัฐสภา

หัวขบวนการ คือแกนนำแดงสามเกลอ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ประกอบไปด้วย คุณวีระ มุกสิกพงษ์ คุณจตุพร พรหมพันธ์ คุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กลุ่ม ส.ส.พรรคเพื่อไทย กลุ่มบ้านเลขที่111 ซึ่งจะมาเป็นบุคคล หรือกลุ่มเพื่อน กลุ่มวิทยุชุมชนในเมืองและต่างจังหวัดทั่วประเทศ กลุ่มพีเพิลแชลแนล กลุ่มไซเบอร์เนต

ช่วงก่อนเหตุการณ์19 พ.ค.2553 กลุ่มประชานิยมคุมเสียงใหญ่สุดในการขับเคลื่อนต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย แต่หลังเหตุการณ์19 พ.ค.2553 เมื่อแกนนำที่มีบทบาทการนำถูกจับกุมและอีกส่วนหนึ่งหลบภัยกบดาน เท่ากับว่าได้ยุติการนำโดยปริยาย แม้จะมี ส.ส.พรรคเพื่อไทยแ ต่การขยับทางการเคลื่อนเหมือนครั้งที่ผ่านมาคงทำได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น

กลุ่มที่สองมีสองกลุ่มหลักๆที่แตกต่างในทิศทางการต่อสู้และเคลื่อนไหว ซึ่งมีประสบการณ์ต่อสู้ภาคประชาชนมายาวนาน แต่มีความสับสนในเรื่องการสร้างมวลชนแต่เริ่มแรก และเคยเข้าร่วมกับ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย คือนายแพทย์เหวง โตจิรการและ อาจารย์ใจ อึ้งภากรณ์ ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่ม

2.1กลุ่มสันติวิธีจัดตั้งโดยหมอเหวง (นายแพทย์เหวง โตจิราการ) สาย ปฏิรูปอ่อนๆคือ เชื่อมั่นในกลไกรัฐ แต่ก็พยายามเสนอความคิดของตัวเองผ่านการชุมนุมบนเวทีและโรงเรียน นปช. ซึ่งมวลชนใช้แนวคิดการพึ่งพาตัวเอง และได้ทะยานเป็นอาสาสมัครแถวหน้าที่มีจำนวนแม่บ้านเสื้อแดงมากที่สุด

2.2 กลุ่มเลี้ยวซ้าย มีอาจารย์ใจ อึ้งภากรณ์ เป็นผู้นำความคิดมาร์กซิตส์ สายทรอตสกี้ เชื่อ มั่นการปฎิวัติไม่ปฎิเสธความรุนแรงโดยชนชั้นกรรมาชีพแดงปฎิวัติ แม้การปรากฎตัวบนเวทีเสื้อแดงครั้งแรกของเขาจะเป็นครั้งสุดท้ายก็ตาม แต่อิทธิพลทางความคิดอันแหลมคม และบุคลิกภาพโดดเด่นได้ทำให้เสื้อแดง กรรมาชีพในเมือง แม่บ้านเสื้อแดง ตื่นตัวและฝากความหวังลึกๆกับเขาในกระแสที่ผ่านมา และกลุ่มนี้มีสื่อสิ่งพิมพ์ของตัวเองใช้ในการจัดตั้งเผยแพร่ความคิดของกลุ่ม ตน รวมถึงต่อกลุ่มอื่นๆซึ่งฐานสมาชิกของกลุ่มเลี้ยวซ้ายจะมีนักสหภาพแรงงานบาง ส่วนเข้าร่วม

2.3 กลุ่ม 24 มิถุนา ประชาธิปไตย มีสมยศ พฤษาเกษมสุข และส.ส. สุนัย จุลพงศธร มีแนวคิดเชิงปฎิรูป มี รูปแบบการเคลื่อนไหวแบบนักกิจกรรมทางการเมือง NGO คือมีลักษณะเชิงรับต่อสถานการณ์ เคลื่อนเป็นประเด็น มีสื่อของตัวเอง Red Power ในการประชาสัมพันธ์ข่าวการเคลื่อนไหวต่างๆ และพยายามก่อตั้งสมัชชาประชาธิปไตย โดยนำตัวแทนคนเสื้อแดงในกลุ่มภูมิภาคต่างๆตั้งขนานเป็นกลุ่มปฏิรูปคู่ขนาน คณะปฎิรูปของรัฐบาลอภิสิทธิ์

กลุ่มที่สาม น่าจะเป็นกลุ่มแดงสยาม มีคุณจักรภพ เพ็ญแข เป็นศูนย์กลางเชื่อมประสานงานความคิด อาจารย์สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ มีแนวทางการลุกขี้นสู้ลักษณะปฎิวัติ และแกนนำยังคงเชื่อมั่นในตัวคุณทักษิณ ชินวัตร มวลชนกลุ่มนี้มีจุดยืนอุดมการณ์ลักษณะแรงกล้า แต่ขาดไร้การจัดตั้งที่ชัดเจน ไม่มีการทำงานในรูปกลุ่มงานทางการเมือง หากว่าการปรับองค์กรขับเคลื่อนภายหลังเหตุการณ์ 19 พ.ค.2553 น่าสนใจว่า ทั้งในส่วนแกนนำและมวลชนซึ่งต่างรอคอยสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นว่า องค์กรนำใหม่ของคนเสื้อแดง นามว่า แดงสยาม จะนำเสนออะไรต่อสังคมและอนาคตใหม่เสื้อแดงจะเป็นอย่างไร?

กลุ่มที่สี่ คือกลุ่มที่ไม่ได้ปฏิเสธการใช้กำลังในการปกป้องมวลชนเสื้อแดง จะ เป็นทั้งการ์ดของคุณอารีย์ การ์ดของเสธ.แดง(พลตรี ขัตติยะ สวัสดิผล) ซึ่งที่มีประสิทธิภาพการใช้กำลังที่สุดคือ อาสาทหารพราน กลุ่มนักรบพระเจ้าตากฝึกการป้องกันตัว ไม่มีการฝึกใช้อาวุธ จะเป็นการ์ดอาสาสมัครทั่วไป

กลุ่มที่ห้า กลุ่มเสรีชน ชนชั้นกลางบน กลางล่าง กลางๆ รวมตัวแบบหลวมๆ สร้างกิจกรรมขึ้นมาเอง และพอใจกับสีสันที่ตัวเองแต่งแต้มขึ้น แต่ก็ยินดีที่เป็นส่วนหนึ่งในมวลชนเสื้อแดง เช่น กลุ่มวันอาทิตย์สีแดง เครือข่ายเฟชสบุค กลุ่มกาแฟต่างๆ รัก ประชาธิปไตยแบบหลากหลาย ซึ่งไม่มีแนวคิดชี้นำ ชอบกิจกรรมท้าทายแต่ออกแนวรสนิยมไฮเปอร์ เสียดสีล้อเลียน คล้ายเด็กดื้อแบบลูกคนชั้นกลาง ไม่รุกเร้าและไม่ขนาดท้าทายต่ออำนาจชนชั้นนำ แต่หากมีกิจกรรมใหม่ขึ้นมา กลุ่มนี้ก็จะเข้าไปเป็นแนวร่วมได้ไม่ ซึ่งทั้งนี้ กลุ่มที่ห้าจะโยกตัวเองไปอยู่กลุ่มใดๆได้ทุกกลุ่มที่มีสถานการณ์ทางการเมือง เกิดขึ้นใหม่

กลุ่มที่หก คือกลุ่มที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองเฉพาะตัวไม่นิยมฝักใฝ่ฝ่ายใด ขี้นอยู่กับสถานการณ์เป็นตัวเร่งการทำงานของกลุ่ม เช่น กลุ่มพลังรวมใจ กลุ่มประกายไฟ กลุ่มเสรีปัญญาชน กลุ่มสมัชชาสังคมก้าวหน้า ฯลฯ และการจัดตั้งจะหนักไปในรูปแบบจัดวงเสวนาต่างๆมีความเป็นนักกิจกรรมและ ปัจเจกชนค่อนข้างสูง

การเปลี่ยนผ่านสถานการณ์ปัจจุบันและความแพ้พ่าย บอบช้ำของคนเสื้อแดง อาจจะทำให้พลังขับเคลื่อนกลุ่มต่างๆมีความพลวัตรในเชิงเทคนิค การปรับตัวต่อสถานการณ์ใหม่ๆ กำลังสร้างให้พวกเขามิใช่แค่คนเสื้อแดงในการรับฟังความคิดชี้นำจากแกนนำ เพียงอย่างเดียว ซึ่งจากจุดเริ่มต้นนี้จะนำไปสู่ คุณภาพใหม่ และปริมาณใหม่ แต่ก็ยังรักษาปรัญชาการต่อสู้ในหลักทางสากลต่อไป

อย่างไรก็ตามผู้ เขียนมิได้กล่าวถึงกลุ่มอื่นๆที่เป็นพลังสนับสนุนการทำงานในด้านต่างๆ เพราะ คนเสื้อแดงต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า เขาคือ ประชาชนอาสาสมัครเพื่อประชาธิปไตย ออกทุนเองมิใช่ม็อบรับจ้างทั่วไป

คุณละอยู่กลุ่มไหน?

สมเด็จพระเทพฯเสด็จเปิดโรงแรมสยามเคมปินสกี้



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์

สำนักข่าวแห่งชาติ กรม ประชาสัมพันธ์รายงานว่า เมื่อวันที่ 27กันยายน เวลา 18.24 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากวังสระปทุม ไปทรงเปิดโรงแรมสยามเคมปินสกี้ ซึ่งตั้งอยู่ ณ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

โดย มีมร.ไมเคิล เซลบี้ ประธานกลุ่มโรงแรมเคมปินสกี้ พร้อมด้วยมร. เรโต้ วิตเวอร์ ประธานและประธานกรรมการบริหาร โรงแรมเคมปินสกี้ เฝ้ารับเสด็จ โดยแขกผู้มีเกียรติจะได้ท่องไปในประวัติศาสตร์ของเคมปินสกี้กับกิจกรรม ไฮไลท์ภายในงาน อาทิ นักรบเผ่ามาไซ จากประเทศแทนซาเนีย การแสดงจากแอนนิก้า ลุนด์ และแองเจิล อีมาร์ ผู้ปลุกวิญญาณดาวค้างฟ้า “มาลีน ดีทริค” และ “ชาลี แชปลิน” นักแสดงตลกชื่อก้องโลก

เวบไซต์วิกิพิเดีย รายงาน ว่า Kempinski เป็นเจ้าของโรงแรมระดับ5 ดาวจำนวน 62 แห่ง ใน 41 ประเทศ และอีก 43 โรงแรมอยู่ระหว่างการพัฒนาขั้นสุดท้าย หรือการก่อสร้างในยุโรป, ตะวันออกกลาง,แอฟริกา, เอเชีย

ปัจจุบัน Kempinski มีสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ของไทยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

เวบไซต์ของKempinski ระบุ ว่า สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ถือหุ้นใหญ่และเป็นเจ้าของ Kempinski โดย ทางอ้อมการสนับสนุนอย่างมั่นคงของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็น คำมั่นว่าการขยายตัวของบริษัทในระดับนานาชาติจะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ


สำหรับ โรงแรมสยามเคมปินสกี้นั้น ทางโรงแรมระบุข้อมูลว่า โรงแรมสยาม เคมปินสกี้" เป็นโรงแรมในรูปแบบรีสอร์ทหรูในใจกลางเมืองติดกับวังสระปทุม ภายใต้เครือโรงแรม “เคมปินสกี้” ที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป มีห้องพักสวีทกว่า 303 ห้อง ห้องพักทุกห้องสามารถมองเห็นสวนที่รายล้อมด้วยน้ำ อีกทั้งมีห้องพัก 22 ห้อง เชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำที่อยู่ในบริเวณสวนโดยตรง พร้อมห้องบอลรูมไร้เสาขวางกั้นขนาด 900 ตารางเมตร รองรับการจัดงานมากที่สุด 1,200 คน นอกจากโรงแรมยังมีเรสซิเดนส์รองรับลูกค้าพำนักระยะยาวอีก 98 ห้อง

สยาม เคมปินสกี้ ถูกออกแบบและตกแต่งด้วยมรดกทางศิลปะของไทยอันสวยงามอ่อนช้อย โดยได้รวบรวมงานศิลปะกว่า 1,500 ชิ้นมาจัดแสดง รวมถึงภาพวาดต้นฉบับกว่า 200 ภาพและงานประติมากรรมจากจากศิลปินไทยที่รังสรรค์เพื่อโรงแรมสยาม เคมปินสกี้โดยเฉพาะ

ชื่อของเคมปินสกี้นั้นคือความภาคภูมิใจที่ได้จากการการเติบโตและการขยายตัว ของโรงแรมในหลายๆประเทศทั่วโลก และจากที่ได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มโรงแรมหรูหราที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป จึงทำให้เรามุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การเดินทางที่น่าจดจำให้แก่แขกผ่าน แรงบันดาลใจด้านการบริการแบบยุโรป เราเชื่อว่าเราควรมีชีวิตอยู่อย่างมีสไตล์

ในแต่ละปี จำนวนแขกที่เข้าพักในโรงแรมของเคมปินสกี้มีจำนวนเพิ่มขึ้นเนื่องจากเคมปิน สกีได้ขยายโรงแรมสูจุดหมายปลายทางใหม่ๆที่น่าตื่นเต้น อาทิ ยุโรป, ตะวันออกกลาง, แอฟริกา และเอชีย และในขณะที่จำนวนโรงแรมที่เพิ่มมากขึ้น

สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความสำเร็จของแบรนด์เคมปินสกี้ โรงแรมแต่ละแห่งของเคมปินสกี้นั้นก็ยังคงความเป็นเอกลักษณ์และเต็มไปด้วย ความพิเศษเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ยากจะหาใครเหมือน

http://www.thaienews.blogspot.com