"สื่อมวลชน" เหยื่อความรุนแรงทางการเมือง

THAILAND'S VIOLENCE, KING'S SILENCE

วันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ใบตองแห้ง...ออนไลน์: หายนะพอหรือยัง-ยัง!

ใบตองแห้ง…ออนไลน์: หายนะพอหรือยัง-ยัง!

Fri, 2010-05-21 10:42

ความฝันของคนชั้นกลาง คนกรุง ไฮโซ เซเลบส์ ที่จะได้ช็อปกระหน่ำซัมเมอร์เซลห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ต้องสูญสลายไปกับพระเพลิง เช่นเดียวกับโรงหนังสยาม ตำนานรักของคนรุ่นพ่อแม่ แหล่งกวดวิชาของคนรุ่นลูก

ไม่แน่นา สยาม เซ็นทรัลเวิลด์ อาจถูกคร่ำครวญหวนหามากกว่าชีวิตเสื้อแดง ที่ไม่ทราบว่าปลิดปลงไปจริงๆ เท่าไหร่ หลังประกาศเคอร์ฟิวโดยไม่มีนักข่าวช่างภาพเหลืออยู่ในพื้นที่ราชประสงค์แม้ แต่คนเดียว

เพราะคนกรุงคนชั้นกลางผูกพันกับสยาม เซ็นทรัลเวิลด์ แต่ไม่มีความผูกพันกับ "คนชั้นต่ำ" แถมเหตุการณ์ "เผาบ้านเผาเมือง" ครั้งนี้ยิ่งทำให้โกรธแค้นเกลียดชัง "ไพร่แดง" ที่มาทำลายบ้านเมืองอันสุขสงบ (และพอเพียง) ของตน

ขณะเดียวกันก็ไม่น่าแปลกใจที่ "คนชั้นต่ำ" เผากรุงเทพฯ เพราะพวกเขาไม่ได้รู้สึกผูกพันมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้าแบ รนด์เนม โรงหนังชั้นหนึ่ง รึว่าโรงเรียนกวดวิชา (ที่พ่อแม่ต้องไปเข้าคิวโอนเงินเข้าแบงก์แย่งที่เรียน)

ฉะนั้นถ้าถามว่าหายนะพอหรือยัง-ยัง! สื่อต่างประเทศวิเคราะห์ว่าความรุนแรงไม่จบง่าย เพราะความขัดแย้งแตกแยกยังดำรงอยู่ และมีแต่จะยิ่งโกรธเกลียดกัน แต่สื่อไทยกลับมีบางส่วนเชื่อว่าต้องเอาอย่างจีนปราบนักศึกษาเรียกร้อง ประชาธิปไตยที่เทียนอันเหมิน สงบราบคาบแล้วประเทศเจริญ!

โอเค ผมอาจจะพูดให้เว่อร์เข้าไว้ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าปีกสุดโต่งของคนชั้นกลางและปีกสุดโต่งของคนเสื้อแดง รู้สึกเช่นนั้นจริง ขณะที่มีกระแสคนชั้นกลางอีกส่วน ปลุกความรู้สึกเศร้าสลดหดหู่ ออกมาเรียกร้องให้คนไทยรักกัน หยุดความโกรธเกลียด ได้โปรดสงสารเห็นใจ ให้อภัยกัน (ได้ข่าวว่าจะมีการรวมศิลปินมาร้องเพลงแบบ We are the World เห็นคนอีสานเป็นอาฟริกันไปซะแล้ว)

พวกนี้ยิ่งพูดยิ่งสับสน เช่น ว.วชิรเมธี บอกให้เอาอย่างอเมริกาเขามีคนหลากเชื้อชาติหลายสีผิวยังอยู่ร่วมกันได้ อ้าว เฮ้ย อเมริกาเขาอยู่ร่วมกันได้เพราะเขาเป็นประชาธิปไตย มีความเสมอภาค มีความยุติธรรม เอาแพ้เอาชนะกันในกรอบกติกา ไม่ใช่ลากปืนรถถังมาโค่นล้ม หรือใช้อำนาจศาลมาหักหาญมติมหาชนในการเลือกตั้ง

การพูดเรื่องความรักความเห็นใจไม่โกรธไม่เกลียด ก็เท่ากับเข้าทางผู้มีอำนาจ เพราะละเลยความจริงที่เป็นรากเหง้า นั่นคือความยุติธรรม ความเสมอภาค และการต่อสู้เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจทางการเมือง มวลชนเสื้อแดงต่อสู้เพื่อแย่งชิงอำนาจคืนจากรัฐประหารตุลาการภิวัตน์ แล้วพวกเขาถูกไล่ฆ่า พวกคุณบอกรักนะ (เด็กโง่) ให้อภัย-ให้อภัยใคร เขาเขียนบอกโต้งๆ แล้วว่า "กูจะลงใต้ดิน"

อย่ามาปลุกกระแสเศร้าสร้อยเสียใจ กลบความรับผิดชอบของรัฐบาลมือเปื้อนเลือด ซึ่งถึงวันนี้ยังไม่มีแม้แต่คำว่า "เสียใจ" ไม่ต้องพูดไปไกลถึงคำว่า "ขอโทษ" เห็นแต่ออกมาบดขยี้ให้ร้ายไล่ล่าเสื้อแดงทั้งแกนนำและมวลชน

ผมดูอภิสิทธิ์พูดออกทีวีเมื่อคืนวันที่ 19 แล้วหดหู่แทนคนเสื้อแดงว่า ลูกชายหมออรรถสิทธิ์ไม่ได้แสดงความเศร้าเสียใจต่อชีวิตคนที่สูญเสียไปเลยสัก นิด อภิสิทธิ์พูดแต่ว่าจะนำบ้านเมืองเข้าสู่ภาวะปกติ อภิสิทธิ์พูดแต่ว่าจะช่วยเหลือคนกรุง "พี่น้อง" ที่ประสบความยากลำบาก อภิสิทธิ์พูดกับคนกรุงคนชั้นกลาง ที่เป็นฐานเสียงของตัว โดยไม่ได้สนใจที่จะพูดกับคนเสื้อแดงที่ "พี่น้อง" ของเขาตายไปเกือบ 50 ศพ เหมือนตัดคนพวกนี้ออกไปเป็น "ผู้ก่อการร้าย" ทั้งหมด

นี่ทำให้ผมนึกถึงใครรู้ไหมครับ ทักษิณ-ในกรณีตากใบ

ผมไม่คิดว่าทักษิณสั่งให้เอาคนขึ้นรถนอนทับกันจนตายเกือบร้อย แต่คนตายมากขนาดนั้นจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้นำประเทศที่มีเมตตาธรรมต้องเศร้าเสียใจ และต้องขอโทษ แต่ทักษิณกลับเฉยเมย

ครั้งนี้ยิ่งหนักกว่า คนตายจากปฏิบัติการ "กระชับพื้นที่" ของ ศอฉ.ที่อภิสิทธิ์รับรู้อยู่ใกล้ชิด คุณโทษว่าเป็นฝีมือผู้ก่อการร้าย (ที่เลือกยิงเฉพาะพวกตัวเองฝ่ายเดียว) แต่คุณรู้อยู่แก่ใจว่าจริงไหม คุณไม่แสดงความเสียใจสักคำ ไม่มีน้ำตาสักหยด ไม่มีความเศร้าสร้อย… แล้วคุณจะไปปรองดองกับใครครับ

กูจะลงใต้ดิน…ก็เขาบอกอยู่แล้ว

รัฐบาลต้องรับผิดชอบ

รัฐบาลและคนชั้นกลางโทษเสิ้อแดงเป็นผู้ก่อการร้าย เผาบ้านเผาเมือง ขณะที่บางส่วนก็โทษทั้งสองฝ่าย แต่รัฐบาลต่างหากที่ต้องรับผิดชอบเป็นหลัก

ผมไม่ปฏิเสธว่าเสื้อแดงผิด แต่เวลาที่เกิดจลาจลแบบนี้ ย้อนไปดู 14 ตุลาก็เผากองสลาก พฤษภาก็เผา สน.นางเลิ้ง ทั้งสองเหตุการณ์เกิดหลังสลายการชุมนุม พฤษภาเกิดหลังจับจำลอง 14 ตุลาอาจจะต่างกันหน่อยคือเกิดจากความโกรธแค้นของมวลชนโดยธรรมชาติ พฤษภามีการจัดตั้ง ใครเผา สน.นางเลิ้งก็รู้กัน ใครปล่อยมอเตอร์ไซค์ออกมาอาละวาด

พฤษภาปีนี้มีทุกรูปแบบ คือมีทั้งความโกรธแค้นของมวลชนโดยธรรมชาติ มีทั้งการจัดตั้ง (ถ้าไม่เตรียมไว้ก่อน จะไปหายางรถยนต์เก่าจากที่ไหนมาเผาได้มากมายขนาดนี้) และมีทั้งกองกำลังติดอาวุธที่ซุ่มซ่อนอยู่

ไม่ได้ปฏิเสธนะครับว่ามีกองกำลังติดอาวุธ แต่พวกนี้ไม่ใช่คนเสื้อแดง ไม่ใช่คนอีสานสามล้อแท็กซี่ ที่ยิง M79 พวกนี้ก็ "ชายชุดเขียว" นั่นแหละ ลูกน้องของนายทหารรุ่นหนึ่ง รวมกับพวกมาเฟียคุมบ่อน

เพียงแต่มีคำถามว่าพวกนี้มันงี่เง่าอะไรจึงเลือกยิงเฉพาะมวลชนเสื้อแดง และมีคำถามว่า ทหารทำอะไรพวกนี้ได้บ้างไหม เห็นมีแต่ศพมวลชนที่ส่วนใหญ่ก็เป็นแค่ "ผู้ก่อการร้ายบั้งไฟ" กองกำลังติดอาวุธตัวจริงลอยนวล

ประเด็นสำคัญที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบคือ ทำไมต้องสั่ง "กระชับพื้นที่" ในวันที่ 14 พ.ค. ในเมื่อม็อบเสื้อแดงกำลังถูกกดดันทางเมือง ชาวบ้านด่าขรมว่ายึกยัก แม้แต่ผมก็ยังด่า แนวร่วม ผู้เห็นใจ หันมาด่าเสื้อแดงเป็นไฟ ถ้าปล่อยไปเสื้อแดงจะทนได้อีกกี่วัน เพราะวันที่ 17 โรงเรียนก็เปิดเทอมแล้ว กลัวอะไรนักหนาถึงไม่ยอมให้ไอ้เทือกไปมอบตัวกับตำรวจ

อย่าบอกนะว่าคุณเชื่อว่าการ "กระชับพื้นที่" โดยติดป้าย "เขตใช้กระสุนจริง" พร้อมกับปืนติดกล้อง จะไม่เกิดความรุนแรง คุณเล็งเห็นได้ตั้งแต่แรกแล้ว ทำไมจึงตัดสินใจพร้อมกับ "ตระบัดสัตย์" ยกเลิกสัญญาประชาคมที่จะให้มีการเลือกตั้งวันที่ 14 พฤศจิกายน ใช่หรือไม่ว่าคุณฉวยกระแสที่คนเบื่อหน่ายชิงชังเสื้อแดง สลัดเสื้อคลุมนกพิราบทิ้งแล้วโฉบลงมากินซากศพ (ไม่ใช่เหยี่ยวแล้ว)

ประเด็นนี้ก็ไม่ต่างกับการประกาศภาวะฉุกเฉินร้ายแรง ยกระดับให้สถานการณ์รุนแรงขึ้นโดยไม่มีเหตุผล เพียงแค่อริสมันต์พามวลชนกลุ่มหนึ่งบุกรัฐสภา

หลังจากเริ่มปฏิบัติการ "กระชับพื้นที่" แล้วก็เป็นไปไม่ได้ที่จะมีการเจรจา ทหารเดินหน้ามีเสื้อแดงตายทุกวัน จะไปเรียกร้องให้เขายอมสลายการชุมนุมได้อย่างไร เหตุการณ์เมื่อวันที่ 19 พิสูจน์ว่าแกนนำพูดจริง ที่ว่ามวลชนไม่ยอม เมื่อแกนนำมอบตัว มวลชนยิ่งอาละวาด

ฝ่ายรัฐบาลเอง เห็นท่าทีชัดเจนตั้งแต่กอร์ปศักดิ์เอาคำพูดณัฐวุฒิ ที่คุยกันส่วนตัวทางโทรศัพท์ มาให้ร้ายออกสื่อ คนที่จะเจรจากันต่อไปเขาไม่ทำอย่างนี้ แสดงว่ารัฐบาลไม่ต้องการเจรจา แต่ต้องการบีบให้ยอมจำนนสถานเดียว

เสื้อแดงไม่ใช่ผีบุญ

ผมเห็นด้วยกับ อ.ประภาส ปิ่นตบแต่ง บางส่วนว่าเสื้อแดงมีลักษณะคล้าย "ผีบุญ" ที่ทำลายตนเอง เพราะหลังเหตุการณ์ครั้งนี้ เสื้อแดงคงถูกปฏิเสธจากกระแสสังคมวงกว้าง รวมทั้งถูกกดดันปราบปรามจากอำนาจรัฐที่จะไล่ขยี้

ขบวนการเสื้อแดงหลังถูกปราบ อาจมีแนวร่วมน้อยลง มีคนเข็ดขยาดไปจำนวนหนึ่ง ขณะที่ส่วนที่เหลือจะกลายเป็นพวกเจ็บแค้นแน่นอก พร้อมจะต่อสู้ พร้อมจะเป็นกองโจร พร้อมจะลงใต้ดิน ฯลฯ แต่ปัญหาคือไม่รู้จะระบายออกอย่างไรเพราะแกนนำอาจถูกจับกุมคุมขังยาวนาน กลายเป็นงูหลังหักที่อาฆาตพยาบาทแต่ไม่มีหัวไม่มีทิศทาง

ส่วนตัวผมคิดว่าการจัดตั้งของเสื้อแดงยังไม่เข้มแข็ง เป็นแค่การแสดงออกตามอารมณ์ของมวลชน ฉะนั้น ไอ้ที่จะพัฒนาไปเป็นกองโจร กองกำลังติดอาวุธ ไม่มีทาง คุณจะไปหาอาวุธที่ไหน ฝึกให้คนเป็นกองกำลังได้อย่างไร ไม่ง่ายนะครับ เรื่องนี้เลิกคิดได้

ยิ่งถ้าพูดในหลักการแล้ว การใช้กำลังอาวุธโค่นอำนาจรัฐ ไม่มีทางจะได้มาซึ่งประชาธิปไตย เพราะคุณจะต้องกลายเป็นเผด็จการเสียเอง เพื่อรักษาอำนาจ

อย่างไรก็ดี ถ้าพูดถึงการแข็งขืนอำนาจรัฐ หรือ "กึ่งลงใต้ดิน" ก็อาจเป็นไปได้ และอาจต้องเป็นด้วยซ้ำ เพราะน่าห่วงว่าแกนนำเสื้อแดงระดับรอง เช่นระดับจังหวัด อำเภอ จะถูกกำจัดหรือจำกัดบทบาท ด้วยมาตรการทางกฎหมาย ด้วยมาตรการทั้งทางสว่าง ทางมืด ทางลับ ในยุค พ.ร.บ.ความมั่นคง ที่ทุกจังหวัดมีรองผู้ว่าฝ่ายทหารย้อนยุคคอมมิวนิสต์

ฝากบอกให้ระวังตัวกันด้วยนะครับ อาจจะเป็นไข้โป้งด้วยสาเหตุชู้สาว ขัดผลประโยชน์ หรือไม่ก็ "ผู้ก่อการร้ายฆ่าตัดตอน" แถวภาคเหนือก็ระวังจะหายตัวเหมือนนักธุรกิจซาอุฯ

ฉะนั้นอย่างน้อยในช่วงต้น แกนนำเสื้อแดงระดับท้องถิ่น ไม่ลงใต้ดินก็เหมือนลงใต้ดิน คือต้องระวังเนื้อระวังตัว และต้องสร้างมวลชนที่พร้อมจะพิทักษ์ปกป้องกันในหมู่บ้าน ในตำบล สร้างเครือข่ายระหว่างมวลชน นักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐที่เป็นแดง

พูดง่ายๆ ว่าเสื้อแดงจะต้องถอยไปตั้งรับ รักษามวลชน ปกป้องตนเอง และถ้าจะพูดถึงการเอาชนะ แม้แต่การเอาชนะเลือกตั้งผ่านพรรคเพื่อไทย ก็อาจจะยาก เพราะถ้าพลังเสื้อแดงถูกกดลง นักการเมืองก็คือนักการเมือง บางส่วนมันก็พร้อมจะย้ายพรรคหนี

ถ้ามองว่าพลังที่ต่อต้านอำมาตย์มีเพียงเสื้อแดง ก็อาจถึงจุดจบ แต่ถ้ามองว่าเสื้อแดงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของพลังประชาธิปไตย ผมไม่คิดว่าเป็นจุดจบ และถ้าเรามองทะลุ ผู้กุมอำนาจในปัจจุบัน กำลังเข้าสู่ยุคถดถอย ความไม่เป็นประชาธิปไตย ความไม่เป็นธรรม ความอยุติธรรม รวมทั้งผลประโยชน์ จะทำให้พวกเขาเสื่อมเอง

สถานการณ์เมื่อปีที่แล้ว หลังปราบเสื้อแดงเมื่อสงกรานต์ ก็เห็นชัดว่าพอเสื้อแดงซาไปพักหนึ่ง "ระบอบไม่เอาทักษิณ" ก็กัดกันเอง แย่งชิงผลประโยชน์กันเอง รัฐบาลมีเรื่องฉาวโฉ่คอร์รัปชั่น แต่กลไกของคนชั้นกลางอย่างสื่อ นักวิชาการ กลับเมินเฉย (รถเมล์ 4 พันคันทำโวยวายจะเป็นจะตาย สุดท้ายก็เงียบ) นั่นคือความเสื่อม

คุณเชื่อหรือว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์จะ "ปฏิรูปประเทศไทย" ได้ สร้างความเป็นธรรมได้ ไม่ต้องพูดถึงความเป็นทรราชย์มือเปื้อนเลือด เอาแค่การอนุมัติงบทหาร 2.2 แสนล้าน เพิ่มเป็น 2 เท่าจากปลายยุคทักษิณ มันก็ขัดกันเอง ปตท.แถลงผลกำไรมหาศาล แต่เพิ่งลดราคาน้ำมัน 40 ตังค์ ทั้งที่ตลาดโลกลดลง 10 กว่าดอลลาร์ (นี่ถ้าเป็นยุคทักษิณ รสนาอาจจะนำม็อบบุกเผา ปตท.ไปแล้ว-เสื่อม)

ยิ่งกว่านั้น การต่อสู้ครั้งนี้เป็นการต่อสู้ระหว่างอุดมการณ์เสรีนิยม กับอุดมการณ์จารีตนิยม ซึ่งโดยพัฒนาการของสังคมแล้ว มันไม่เหมือนผีบุญ ไม่เหมือนเทียนอันเหมิน ถ้าเปรียบให้คล้ายหน่อยก็คือการประท้วงเลือกตั้งที่อิหร่าน ซึ่งในระยะยาวผมไม่คิดว่าฝ่ายเสรีนิยมอิหร่านจะแพ้

ไม่ต่างจากที่เกิดขึ้นในอิหร่าน

ผมไม่เคยคิดว่าเสื้อแดงจะชนะ ไม่เคยคิดมาตั้งแต่แรกแล้ว เพราะเสื้อแดงชนะ ทักษิณชนะ มันก็จะสวิงกลับไปอีกด้าน เราต้องการชัยชนะร่วมกันของทุกฝ่ายที่เป็นทางออกของสังคมคือการกลับเข้าสู่ หลักการและเหตุผล ประชาธิปไตยและนิติรัฐ ความยุติธรรม ความเสมอภาค โดยเห็นพ้องต้องกันว่าที่ผ่านมานั้นมันผิด

เพียงแต่หนทางที่จะไปสู่จุดร่วมนั้นมันกลับแยกห่างไปทุกที ทับทวีด้วยความเกลียดชังคั่งแค้น โกรธเกลียดระหว่างกันและกัน

ฉะนั้นรัฐบาลจะอยู่ได้ (ถ้าสามารถรับมือกับการลุกฮือใน 2-3 วันนี้) โดยอยู่บนกระแสความเกลียดชังเสื้อแดงของคนชั้นกลางผู้ออกใบอนุญาตฆ่า แต่ก็อยู่โดยเผชิญหน้ากับความเกลียดชังของเสื้อแดงที่ถูกเข่นฆ่า อยู่บนสถานการณ์ที่คนสองฝ่ายโกรธแค้นกันอย่างรุนแรง

และไม่มีทางออกด้วย เพราะคุณก้าวเลยขั้นตอนที่จะ "ปรองดอง" มาแล้ว และคุณก็ไม่มีวัน "ปฏิรูปประเทศ" ได้ภายใต้อุดมการณ์จารีตนิยมสุดโต่ง

ผมเห็นคำทำนายของโหร โทษว่าประเทศพินาศเพราะนักการเมือง เพลงคาราบาว ก็โทษนักการเมือง เป็นความคิดที่บ้องตื้นมาก นักการเมืองไม่ว่าประเทศไหนก็ไม่ใช่ตัวดีอยู่แล้ว แต่ลำพังนักการเมืองทำให้ประเทศพินาศไม่ได้ ประเทศพินาศเพราะ "หลัก" พินาศ องค์กรสถาบันที่ควรทำหน้าที่ไม่ทำหน้าที่ของตนอย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าสถาบันกองทัพ สถาบันตุลาการ หรือสถาบันของคนชั้นกลางอย่างสถาบันสื่อ นักวิชาการ

ถ้าคุณว่านักการเมืองเลว ลำพังคนเลวทำให้สังคมย่อยยับไม่ได้หรอกครับ แต่ที่สังคมไทยย่อยยับเพราะคนดีไม่อยู่ในหลัก จนไม่มีอะไรให้ยึดถือ เหมือนชกกันแล้วชกใต้เข็มขัดทั้งคู่มันก็กลายเป็นมวยวัด

http://thaiaudio.wordpress.com/2010/05/21/%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%87-%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B9%8C-%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%B0/

--
http://www.unblockallweb.com/
http://downmerng.blogspot.com
http://picasaweb.google.com/prainn999/14255302# ทัพผ่านฟ้าสู่ราชประสงค์ วันที่ 14 เมษายน 2553
http://www.unblockallweb.com/index.phpq=aHR0cDovL2Rvd25tZXJuZy5ibG9nc3BvdC5jb20%3D&hl=3e8
http://www.112victims.org/
http://www.thaifreenews.org/
http://friendfeed.com/
http://chirpcity.com/bangkok/3
http://www.radaroo.com/
http://factsforthais.blogspot.com/2009/05/7.html
http://tv.kapook.com/nbt.php
http://friendfeed.com/antactica
block
http://www.ustream.tv/channel/redheart
http://redpower-sm-germany.com

ปากคำ 'หน่วยกู้ภัย' : Q: "ยิงทำไม นี่รถพยาบาล?" A: "ก็พวกมึงขว้างกู"

ปากคำ 'หน่วยกู้ภัย' : Q: "ยิงทำไม นี่รถพยาบาล?" A: "ก็พวกมึงขว้างกู"

สรายุทธ อำพันธ์

ชุดที่ใช้ปฏิบัติงาน

รถที่ใช้ปฎิบัติงาน และร่องรอยกระสุนที่ถูกยิง

ธีรภัทร - หัวหน้าหน่วยกู้ภัยที่ลงไปเจรจากับทหาร

นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้นในกรุงเทพมหานครที่ผ่านมา ทั้งจากปฏิบัติการ 'ขอพื้นที่คืน' ปฏิบัติการ 'กระชับพื้นที่' การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงของรัฐบาล และปฏิบัติการของกลุ่มบุคคลไม่ทราบฝ่าย ส่งผลให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินตามมาอย่างประเมินค่ามิได้ ในภาวะคับขันที่ดำเนินไประหว่างความเป็นกับความตายเช่นนี้ สิ่งที่มีค่ามากที่สุด คือความช่วยเหลือจากหน่วยกู้ภัย แพทย์ พยาบาล ทว่าความปลอดภัยของผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อลดความสูญเสียของมวลมนุษย์เอง กลับลดน้อยลงอย่างน่าใจหาย

'ประชาไท' มีโอกาสเข้าไปสัมภาษณ์ 'สรายุทธ อำพันธ์' ชายหนุ่มอายุ 22 ปี พนักงานประจำหน่วยกู้ภัยร่วมกตัญญู – สภากาชาดไทย ขณะรับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎฯ หนึ่งในผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ หลังถูกเจ้าหน้าที่ทหารยิงเข้าใส่ที่มือเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 53 เขาเป็นเจ้าหน้าที่ทางสาธารณสุขที่บาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้า หน้าที่ทหารรายแรกตั้งแต่เริ่มมีเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้น

สรายุทธเล่าว่า ตนและเพื่อน 3 คน ถูกเรียกเข้าไปเสริมพื้นที่บริเวณบ่อนไก่ เลยไปจอดรถไว้ที่ลานจอดรถโรงแรมมิราเคิล ซอยงามดูพลี

เวลาประมาณ 16.00 น.ทหารเริ่มต้อนคนเข้ามาในซอยงามดูพลี เมื่อเสียงปืนเริ่มเข้ามาใกล้ เพื่อนกู้ภัยผู้หญิงเลยบอกว่า ให้ไปหลบในรถก่อนดีกว่า จะได้ปลอดภัย

ธีรภัทร หัวหน้าหน่วยกู้ภัยที่ทำงานร่วมกับสรายุทธ เล่าว่า ตนได้ลงไปเจรจากับเจ้าหน้าที่ทหาร แต่กลับไม่สามารถยับยั้งกระสุนปืนได้ และในตอนนั้นไม่มีกลุ่มผู้ชุมนุมอยู่ในบริเวณนั้นแล้ว เหลือเพียงแค่รถพยาบาลของพวกเขา

"มีการขว้างหินขว้างอะไรกันอยู่บนถนนใหญ่ด้านนอก พอมีเสียงปืนไล่ กลุ่มผู้ชุมนุมก็วิ่งเข้ามาในซอยงามดูพลี บางส่วนวิ่งเข้ามาในโรงแรมมิราเคิล สักครู่หนึ่งมีทหารเข้ามา 7-8 นาย ทุกคนถืออาวุธปืน ทหารคนหนึ่งชี้หน้าถามผมว่า 'มึงด้วยหรือเปล่า!?' ผมก็เลยเปิดประตูรถ พยายามชูมือแสดงตัว บอกว่า 'ไม่เกี่ยว นี่พยาบาล' พอพูดจบเขาก็ยิงเลย เพราะมีทหารบางนายมานั่งประทับปืนรออยู่แล้ว เห็นได้ชัดว่าเป็นการตั้งใจยิง" ธีรภัทรกล่าว

สรายุทธเสริมว่า ขณะนั้นตนเห็นทหารอีกนายหนึ่งประทับปืนอยู่ที่มุมตึก ระยะไม่เกิน 10 เมตร เมื่อสิ้นคำของธีรภัทร เขาได้กดศีรษะของเพื่อนผู้หญิงให้หลบลง เอื้อมมือซ้ายพยายามจะเปิดไฟในรถเพื่อแสดงตัว แต่กระสุนถูกยิงเข้ามาในทันที

"ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าถูกยิง นึกว่าหัวหน้าถูกยิงเพราะเขาอยู่ข้างล่างรถ แต่ปรากฏว่าแขนซ้ายเราเลือดพุ่ง"

"เสียใจ.. เพราะวันที่ 10 เม.ย. ผมก็ช่วยพวกเขา (ทหาร) เยอะมาก ผมคิดว่าเราปลอดภัยแล้วที่อยู่บนรถพยาบาลที่มีสัญลักษณ์ทุกอย่างชัดเจน แล้วอีกอย่างก็มีการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ทหารว่า เราไม่เกี่ยว ในใจตอนนั้นคิดว่า เขาคงมาค้นรถเราเฉยๆ อันนั้นรับได้อยู่แล้ว เพราะถือว่าไม่มาคุกคามเรา ผิดหวังครับ ถ้าวันนั้นผมกดหัวพี่ผู้หญิงไม่ทัน กระสุนคงเข้าที่หัวเขาแล้ว แต่ผมคิดว่า ผมโชคดีกว่าคนอื่น เพราะคนที่โดนทีหลังผมนั้นตายหมด"

ธีรภัทรเสริมว่า นี่ไม่ใช่การยิงเพื่อป้องกันตัว และไม่ได้อยู่ในกฎการใช้กำลัง 3 ข้อ ของศอฉ. "จากนั้นผมก็วิ่งไปดูน้องแล้วรีบพาไปส่งโรงพยาบาล ตอนออกจากโรงแรมมิราเคิลก็ต้องผ่านทหารกลุ่มนั้น ด้วยความโมโหและตกใจ ผมเลยถามไปว่า "ยิงทำไม นี่รถพยาบาล?" พวกเขาเลยบอกว่า "ก็พวกมึงขว้างกู" ก็มีบ้านนี้เมืองนี้นั่นแหละ ที่ยิงใส่รถพยาบาล"

สรายุทธกล่าวว่า หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็มีการประชุมกันของทางสภากาชาด, ศอฉ. และศูนย์เอราวัณ มีการวางแผนว่า การเข้ารับคนเจ็บจะไม่มีการขับรถเข้าไปรับ เนื่องจากมีความอันตรายสูง นอกจากนี้ยังมีการจัดหาเสื้อเกราะให้แก่เจ้าหน้าที่กู้ภัย แต่ยังไม่สามารถแจกจ่ายได้ครบทุกคน

"การทำงานตอนแรกๆ กดดัน เพราะเสื้อแดงหาว่าผมขนทหาร ลำเลียงอาวุธให้ทหาร แยกราชประสงค์ประกาศห้ามรถพยาบาลเข้ามาที่ราชประสงค์ ก็เลยถอยห่างมาพักหนึ่ง พอมีการสลาย ก็มีข่าวอีกว่า รถพยาบาลจะขนอาวุธของเสื้อแดงออกมาด้านนอก สรุปแล้วคือเป็นแพะตลอด อยู่ที่ว่าใครจะปล่อยข่าวเราอย่างไร" สรายุทธกล่าว

สรายุทธกล่าวทิ้งท้ายถึงการรายงานข่าวของสื่อมวลชนว่า "พอตูมตามขึ้นมา เจ้าหน้าที่กู้ภัย – สื่อมวลชน บาดเจ็บหรือตายนั้น มีการรายงานข่าวก็จริง แต่สาเหตุที่แท้จริงไม่มีการชี้แจง ว่าทำไมถึงถูกยิง เป็นเพราะสัญลักษณ์เขาไม่ชัดเจนหรืออะไร กลับไม่มีการชี้แจงตรงนี้ สื่อไปรายงานว่า ตรงนี้ตรงนั้นถูกเผา มันก็เหมือนเป็นการตอกย้ำเกินไป"

http://thaiaudio.wordpress.com/2010/05/22/%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%B3-%E2%80%98%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E2%80%99-q-%E2%80%9C%E0%B8%A2%E0%B8%B4/


--
โปรดอ่านบล็อก
http://www.pridiinstitute.com
http://www.nakkhaothai.com
http://apps.facebook.com/blognetworks/index.php
http://www.roundfinger.com/
http://twitter.com/sweetblog
http://twitter.com/oknewsblog
http://twitter.com/okblogger
http://twitter.com/sat191
http://www.pacc.go.th/
http://twitter.com/okblogchan
http://twitter.com/sun1951
http://twitter.com/smeblogger
http://twitter.com/seminarblog
http://twitter.com/sunnewsblog
http://twitter.com/okworldblog
http://twitter.com/ktblogger
http://twitter.com/sundayblog
http://twitter.com/mondayblog
http://twitter.com/tuesdayblog
http://twitter.com/wednesdayblog
http://twitter.com/thursdayblog
http://twitter.com/fridayblog
http://twitter.com/saturdayblog
http://www.deepsouthwatch.org/node/687
http://www.tu.ac.th/org/ofrector/tu_council/record/nopporn.htm
http://www.visalo.org/
http://chirpcity.com/bangkok/3

ห่ากระสุนในเขตอภัยทาน ความตายหลังยอมแพ้ และศพที่ถูกลากขึ้นรถทหาร (ตอนที่ 1)

ปากคำ ‘เรื่องที่คุณต้องอ่าน’: ห่ากระสุนในเขตอภัยทาน ความตายหลังยอมแพ้ และศพที่ถูกลากขึ้นรถทหาร (ตอนที่ 1)

Fri, 2010-05-21 22:59

หากตัวเลขผู้เสียชีวิตในปฏิบัติการ ‘กระชับพื้นที่’ 19 พ.ค. ที่รายงานโดยศูนย์เอราวัณเมื่อวันที่ 20 พ.ค.มี 13 ราย คุณเชื่อหรือไม่ 50% ของผู้เสียชีวิตนี้ถูกฆ่าในวัด และคุณเชื่อหรือไม่ ในจำนวนนี้เป็นหน่วยพยาบาลถึงครึ่งหนึ่งซึ่งถูกฆ่าในขณะช่วยเหลือเพื่อน มนุษย์

แกนนำ นปช.ประกาศขอมอบตัวและให้ประชาชนกลับบ้านตั้งแต่ช่วงบ่ายแก่ของวันที่ 19 พ.ค.เพราะทหารเริ่มล้อมเข้ามาใกล้มากขึ้นขณะที่ความสูญเสียชีวิตไร้วี่แวว สิ้นสุด แต่หลังจากนั้นเหตุการณ์กลับวุ่นวายโกลาหล มีเสียงระเบิด เสียงปืน ทำให้ประชาชนกระเจิดกระเจิงหลบเข้าสถานที่ต่างๆ ขณะที่บางส่วนที่ทยอยเดินทางออกก่อนหน้านั้นสามารถไปลงทะเบียนยังเต๊นท์ของ เจ้าหน้าที่ทหาร และเต็นท์ของกระทรวงมหาดไทยได้ พวกเขาสามารถขึ้นรถบริการไปส่งยังสถานีขนส่งหมอชิต และสถานทีรถไฟบางซื่อ แต่ก็เพียงหลักไม่กี่ร้อยคน หลังจากนั้นก็ไม่มีใครเดินออกมาอีก เจ้าหน้าที่บางคนที่เต็นท์บอกว่า “พวกผู้ชุมนุมไม่ยอมออกมา”

กระทั่งในช่วงค่ำจึงมีรายงานข่าวว่า มีผู้คนที่ติดอยู่ในวัดปทุมวนารามจำนวนมากไม่ต่ำว่าสองพันคน รวมทั้งอยู่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติอีก รวมแล้วหลายพัน โชคดีที่มีผู้สื่อข่าวต่างชาติติดอยู่ที่นั่นด้วย 4-5 ชีวิต และผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ไทยฉบับหนึ่งอีก 1 ชีวิต ชะตากรรมเลวร้ายซ้ำซ้อนของพวกเขาจึงถูกบอกเล่า ไม่เงียบหาย หรือถูกมองว่าเป็นข่าวลือใส่ร้ายรัฐบาลของหมู่เสื้อแดง

เขตของวัดปทุมวนารามถูกประกาศโดยหลายหน่วยงานก่อนหน้านี้ว่าเป็น เขตอภัยทาน มีป้าย “เขตอภัยทาน” ตัวใหญ่ติดไว้ด้านหน้าวัดอย่างชัดเจน เราต่างโล่งอกว่าพวกเขาจะปลอดภัยในเบื้องต้น แล้วค่อยคิดหาทางช่วยเหลือในวันรุ่งขึ้น แต่ทุกอย่างไม่เป็นไปอย่างที่ผู้คนเข้าใจ

“เขตอภัยทาน” ไม่ใช่ที่ที่จะได้รับการละเว้น

คนบ้านนอกคอกนา ผู้หญิง คนแก่ จำนวนมากที่ไร้อาวุธ ไม่ใช่ผู้ที่จะได้รับการละเว้น

หน่วยพยาบาล หน่วยกู้ชีพที่ทำงานเชิงมนุษยธรรม ไม่ใช่ผู้ที่จะได้รับการละเว้น

ความพ่ายแพ้ทางการเมืองยังไม่ทำให้พวกเขายับเยินเพียงพอ หลายคนถูกซ้ำเติมให้พ่ายแพ้แก่ชีวิตด้วย แม้ ณ นาทีที่ประกาศยอมแพ้แล้ว

แอนดริว บันคอมบ์ นักข่าว นสพ.ดิ อินดีเพ็นเด้นท์อยู่ ที่นั่นและได้รับบาดเจ็บถูกยิงที่ขา เขียนเล่าเรื่องราวว่า “ระบุไม่ได้จริงๆ ว่ากระสุนที่โดนขาผมนั้นยิงมาจากตรงไหน และไม่สามารถตอบได้ว่า ทหารยิงกราดไปทั่วอย่างไร้บันยะบันยังด้วยเหตุผลอันใด ลูกปืนที่กราดเข้ามานั้นยิงจากสไนเปอร์หรือพลทหารธรรมดา? ที่ค่อนข้างแน่ใจทีเดียวก็คือว่า กระสุนมาจากฝั่งทหารคงไม่สามารถตอบได้ว่าใครเป็นคนสั่งให้ทหารยิงไม่เลือก หน้า ทั้งๆ ที่อยู่ในระยะใกล้ผู้คนจำนวนมาก ผู้คนซึ่งเกือบทั้งหมดไม่พกอาวุธ ไม่ได้ทำตัวเป็นอันตราย และได้ออกจากพื้นที่ชุมนุมตามคำขอของทางการแล้ว หากพวกเขามีโอกาสที่จะออกจากตรงนี้ไปได้อย่างปลอดภัย ก็ทำอย่างนั้นไปแล้ว ทุกคนทราบดีว่า นี่เป็นจุดจบของการต่อสู้ อย่างน้อยก็เป็นจุดจบของขั้นตอนนี้ของการต่อสู้ บรรดาผู้นำระดับสูงสุด ต้องตอบคำถามสำคัญเร่งด่วนหลายประการทีเดียวในกรณีนี้”

“ที่ตลกร้ายก็คือว่า โรงพยาบาลตำรวจตั้งอยู่ใกล้ประตูทางเข้าวัดเพียงนิดเดียวเท่านั้นเป็นโรง พยาบาลที่ว่ากันว่า เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมสำหรับปฏิบัติการยามเกิดเหตุเช่นนี้มานานเป็นเดือน แล้ว ไม่มีใครกล้าหามผู้บาดเจ็บข้ามถนนไปส่งโรงพยาบาลเพราะถนนได้กลายเป็นสนามยิง ปืนไปแล้ว”

สตีฟ ทิคเนอร์ ช่างภาพชาวออสเตรเลีย บอกว่าเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาเขาเห็นผู้ชายคนหนึ่งโดนยิงจากทหารแค่ไม่กี่เมตรจากวัด

“ผมเห็นกระสุนพุ่งทะลุร่างคนนั้นออกมาจากหน้าอกและคนนั้นก็ล้มลง” ทิคเนอร์กล่าวและว่า เมื่อเขาและพระพยายามจะเข้าไปช่วย พวกเขาก็ถูกยิงใส่

“เก่ง” เป็นหน่วยกู้ชีพอาสาที่อยู่ที่นั่นด้วยเช่นกัน เขาเป็นแนวหน้าผู้กล้าหาญ คอยฝ่าดงกระสุนเพื่อไปดึงเอาศพ หรือคนเจ็บหนักที่ล้มคว่ำห่างไปไม่กี่สิบเมตรกลับเข้ามา เขาอยู่กับความตาย (ของคนอื่น,คนข้างๆ) และการเสี่ยงตาย(ของตัวเอง) มาตั้งแต่สายวันนั้น กล้องของสื่อมวลชนทุกตัวอยู่หลังแนวทหาร แต่ตัวเขาอยู่หลังแนวผู้ชุมนุม เขาจึงเห็นสิ่งที่เราไม่เห็น มีคนล้มคว่ำคนแล้วคนเล่า เพียงเพราะจะวิ่งเข้าไปเอา “ศพ” ของ “เพื่อน” ที่พวกเขาไม่เคยรู้จักมักจี่ พวกเขาต่างเกรงว่าจะไม่หลงเหลือหลักฐานใดยืนยันความโหดร้ายและการตายของ มนุษย์หนึ่งๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทหารสาดกระสุนใส่ “หน่วยกู้ชีพ” สวมชุดวชิระพยาบาลไม่ให้เข้าถึงผู้ตาย หากแต่เมื่อกองกำลังของทหารเข้าถึง กลับเอาเชือกมัดศพ แล้วลากไปไว้บนรถทหาร

ดูเหมือนมันเลวร้ายเกินกว่าที่ใครจะเชื่อได้ว่าเกิดขึ้นจริง …

มันเป็นเรื่องเล่าซึ่งเขากล้าหาญพอที่จะออกยืนยันในสิ่งที่ตาของเขาเห็น กับผู้สื่อข่าวทีวีหลายสำนักในวัดปทุมฯ ในวันรุ่งขึ้น รวมถึงประชาไท หากจะมีข้อเท็จจริงใดที่เบี่ยงเบนออกไปจากความเป็นจริงก็ขอให้แต่ละฝ่ายนำ หลักฐานข้อมูลออกมายืนยันต่อสู้กัน

เพราะเก่งไม่ใช่เสื้อแดง เขาเป็นหน่วยแพทย์อาสาที่ทำงานมากว่า 10 ปี เขาและเพื่อนๆ เสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยชีวิตผู้อื่นรวมถึงคนเสื้อแดงท่ามกลางดงกระสุน ท้ายที่สุดเขาและเพื่อนก็ยังเลือกที่จะ “เสี่ยงชีวิต” อีกครั้งเพื่อช่วยให้คนอื่นได้เห็นในสิ่งที่พวกเขาเห็น หากจะมีใครที่เราควรนับถือ น่าจะนับรวมพวกเขาด้วย หากจะมีใครที่สังคมต้องร่วมปกป้องจากภัยมืดทั้งปวง พวกเขาก็ควรเป็นหนึ่งในนั้น

Aran Thanarat เสื้อแดงขอพูดบ้าง http://www.youtube.com/watch...
http://thaiaudio.wordpress.com/2010/05/22/%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%B3-%E2%80%98%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87/

--
โปรดอ่านบล็อก
http://www.pridiinstitute.com
http://www.nakkhaothai.com
http://apps.facebook.com/blognetworks/index.php
http://www.roundfinger.com/
http://twitter.com/sweetblog
http://twitter.com/oknewsblog
http://twitter.com/okblogger
http://twitter.com/sat191
http://www.pacc.go.th/
http://twitter.com/okblogchan
http://twitter.com/sun1951
http://twitter.com/smeblogger
http://twitter.com/seminarblog
http://twitter.com/sunnewsblog
http://twitter.com/okworldblog
http://twitter.com/ktblogger
http://twitter.com/sundayblog
http://twitter.com/mondayblog
http://twitter.com/tuesdayblog
http://twitter.com/wednesdayblog
http://twitter.com/thursdayblog
http://twitter.com/fridayblog
http://twitter.com/saturdayblog
http://www.deepsouthwatch.org/node/687
http://www.tu.ac.th/org/ofrector/tu_council/record/nopporn.htm
http://www.visalo.org/
http://chirpcity.com/bangkok/3

ห่ากระสุนในเขตอภัยทาน ความตายหลังยอมแพ้ และศพที่ถูกลากขึ้นรถทหาร (ตอนที่ 2)

ปากคำ 'เรื่องที่คุณต้องอ่าน': ห่ากระสุนในเขตอภัยทาน ความตายหลังยอมแพ้ และศพที่ถูกลากขึ้นรถทหาร (ตอนที่ 2)

Aran Thanarat เสื้อแดงขอพูดบ้าง http://www.youtube.com/watch...

เก่ง- หน่วยแพทย์อาสาร่วมใจ
สัมภาษณ์ที่วัดปทุมฯ และโรงพยาบาลตำรวจ
เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2553

อ่านตอนแรก

ทางสยามรวมใจอยู่ที่นู่น ผมก็ประสานว่าเดี๋ยวเราช่วยแล้วกันตรงนี้ เราก็ตัดสินใจออกไปดูคนเจ็บที่ศาลาแดง พอออกไป หน่วยกู้ชีพตรงนั้นไม่มีใครแล้ว มีเป็นผมที่ใส่เสื้อของวชิระพยาบาล ผมเลยตัดสินใจว่าเมื่อไม่ใครออกไปได้ ก็จะลุยออกไปเอง พอลุยออกไปก็พบผู้เสียชีวิต 1ราย ศพแรกของศาลาแดง ร่วงไปแล้ว มี 2 คนเข้าไปช่วย แล้วก็โดนยิง คนที่ 1 ประมาณ 9 โมงเช้า ร่วงตรงป้ายรถเมล์ฝั่งตรงข้ามจุฬาฯ แล้วผู้ชาย 2 คนก็วิ่งเข้าไปช่วย พอวิ่งไปก็ร่วง เป็นประชาชนช่วยกันเองนี่แหละ สรุปตรงนั้นเสียชีวิตไป3 คนที่ 4 ที่วิ่งเข้าไปก็เป็นคนวิ่งหลบกระสุนก็โดนอีก สุดท้ายไม่มีใครแล้วผมเลยตัดสินใจว่าจะเข้าไปเอาเอง พอผมวิ่งเข้าไป น้องคือประชาชนนี่แหละเห็นว่าผมเป็นแพทย์จะเข้าไปช่วยก็เลยวิ่งเข้าไป โดนยิงต่อหน้าผมเลย เข้าอกข้างขวากับแขน แล้วผมก็ลากเข้ามา พอลากเข้ามาเสร็จก็วิ่งเข้าไปใหม่เพื่อจะไปเอาตรงนั้นให้ได้ คนที่วิ่งตามมาก็ร่วง โดนเข้าหน้าอกเหมือนกัน ทุกคนโดนเข้าหน้าอกและหัวทุกคน แล้วก็มีผู้ชายที่เข้ามาเมื่อวานประมาณเที่ยง โดนยิงเข้าศีรษะแล้วก็คอ 3 รายพร้อมกันตรงนั้น น่าจะเสียชีวิต เพราะผมก็ปั๊มหัวใจตั้งแต่ศาลาแดงจนถึงโรงพยาบาล

พอยุติจากตรงนั้น เหตุการณ์ก็คือปกติ จนได้มีการมาแถลงข่าวตอนช่วงบ่าย นายณัฐวุฒิขึ้นเวทีประมาณ 3 โมงเย็น ณัฐวุฒิก็เริ่มให้ประชาชนทุกคนกลับบ้าน ประชาชนที่นี่ก็ไม่ยอมอยู่แล้ว การจลาจลก็เริ่มเกิดขึ้น พอณัฐวุฒิสั่งปุ๊บเสียงระเบิดก็เริ่มดังมาเรื่อยๆ พอระเบิดดังต่างคนก็ต่างไปเข้าวัดบ้าง ตรงนู้นบ้าง ตรงนี้บ้าง ผมได้เข้าวัดตั้งแต่ 3 โมงแล้วก็วิ่งดูคนเจ็บรอบนอก โรงพยาบาลตำรวจบ้าง บริเวณวัดบ้าง พอเริ่มซักประมาณ 5 โมงเสียงระเบิดก็เริ่มเข้าใกล้เรามาเรื่อยๆ พอ 6 โมงเท่านั้นแหละ ตรงเต็นท์พยาบาลแทบไม่เหลือใครเลย กระสุนน่ะ เราไม่เห็นหรอกนะว่าจะเป็นใครยิงก็ตาม ทุกคนเห็นคนเจ็บ เราเป็นกู้ชีพก็ต้องเข้าไปช่วย พอเราลากออกมา คนที่ลากออกมาก็คือโดนยิงร่วงทุกคน แม้กระทั่งผู้หญิงที่ชื่อเกด ที่เป็นหน่วยแพทย์จากข้างนอกเข้ามาช่วย ก็คือ ยืนทำแผลห้ามเลือดให้อีกคนอยู่ข้างในบริเวณเต็นท์พยาบาลบริเวณวัดตรงนั้น ก็ร่วงนอนเสียชีวิตตรงนั้น ตอนนั้นประมาณ 6 โมงกว่า คือ กระสุนเริ่มสาดเข้ามาเรื่อยๆ ผมก็บอกทุกคนว่าให้วิ่งเข้าไปในศาลาข้างในให้หมด

เกดช่วยปฐมพยาบาลคนถูกยิงอยู่ที่เต็นท์ด้านขวามือในวัดปทุม? ใช่ อย่างคนตัวเล็กกว่าจะเสียชีวิตก็ประมาณเที่ยงคืน เขาดิ้นทุรนทุรายมาตลอด

โดนยิงพร้อมกันหมด?- โดนพร้อมกันหมดทุกคนตรงนั้น พอคนเข้าไปช่วยก็โดนยิงทุกคน ไม่มีใครสามารถเข้าถึงผู้เสียชีวิต พอจะลากได้เราก็โดน

ระยะเวลาของเสียงกระสุนสาดนานไหม?- สองสามชั่วโมง เสียงกระสุนมันรอบ คนแก่บางคนข้างในถึงกับช็อก ด้วยความตกใจและความกลัวที่เขาไม่เคยเจออย่างนี้ และทุกคนก็ไม่คิดว่าจะมีวันนี้ ผมอยู่ตรงนั้นตลอดเวลา ต้องเอาคนเจ็บทำแผล ห้ามเลือดทุกอย่าง เสื้อผม วชิระเอามาดูได้ เลือดเต็มไปหมด รองเท้าผมเลือดทั้งนั้น กางเกงผมต้องทิ้งเพราะมีแต่เลือด ผมทำงานอย่างนี้ทำด้วยใจ ทุกอย่างที่มีเราต้องห้ามเลือดเขาเท่าที่เราทำได้ เมื่อคืนกว่ารถพยาบาลจะเข้ามาเอาศพที่ 6 ศพตัวเล็กน่ะ ไม่น่าตายเลยนะ น่าจะรอด เพราะผมประสานทั้งศูนย์วิทยุผม ศูนย์เอราวัณ ตำรวจ ทุกอย่าง ประสานทุกอย่างให้เข้ามารับคนเจ็บสาหัสข้างในให้ไวที่สุด สุดท้ายผมก็ให้ทั้งน้ำเกลือ ออกซิเจน ทุกอย่างแล้วไง

ตัวเล็กนี่เป็น นปช.หรือเป็นอะไร?- เป็น นปช.นี่แหละ อยู่เต็นท์กาฬสินธุ์ซึ่งใกล้กับเต็นท์ผม เขาก็มาช่วย มาอะไรตลอด สนิทกัน เขาก็ทำด้วยใจ ใช้อะไรเขาก็ทำ จ่ายยา ทำแผล จนมาเมื่อวานเขาก็ยืนช่วยเรานะ ช่วยหยิบอุปกรณ์การแพทย์อะไรทุกอย่าง เขาก็ยังโดน ผมบอกแล้วว่าให้สละเต็นท์เหอะ คนไหนที่เราไปเอาได้เราก็เอา คนไหนเอาไม่ได้ก็ต้องทิ้งแล้วเดี๋ยวค่อยกลับมา แล้วในที่สุด ผลที่เราได้รับตอบแทนจากที่ช่วยชีวิตคนหลายๆ คนนะ ถามว่าผมเสียใจไหม เสียใจมากๆ ขนาดกินนอนด้วยกันมา แล้วมาเจออย่างที่ว่าคือ หมดกับรัฐบาลชุดนี้จริงๆ ทำไมทำกับเราถึงขนาดนี้ ทั้งๆ ที่ตรากาชาดเราก็มีติดทุกคน ใส่เสื้อตรากาชาดทุกคน ก็ยังจะยิง กราดยิงตรงนั้นเต็มๆ เต็นท์พยาบาล

จากมุมสูง? -วิถีต่ำ เป็นไปไม่ได้ที่ทหารจะอยู่ตรงนั้น ดูแล้วมาจากมุมสูงทุกเม็ด ไม่มีการที่ว่าทหารจะเฝ้าอยู่หน้าประตู เพราะถ้าทหารเข้าไปตรงนั้นเราติดป้ายตัวใหญ่นะ ว่าเขตอภัยทาน เราทำทุกอย่างทุกวิถีทาง ทุกคนตรงนั้นคิดแล้วว่า ในวัดเป็นสิ่งที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับพวกเขาแล้ว  ข้างหน้าเราไม่เห็นทหาร ข้างบนมันมืด ข้างหน้ามันยังมีแสงไฟถ้ามีทหารเราต้องเห็นแล้ว แต่กระสุนมาจากไหนไม่รู้ ทุกคนไม่สามารถหลบวิถีกระสุนได้เลย

ตึกสูงบริเวณนั้น มีอะไรบ้าง พารากอน ฯลฯ ? ผมคิดว่าบนรถไฟฟ้าเป็นไปได้มากที่สุด ขนาดกลางวันที่มองเห็น ประชาชนไม่กล้าออกจากวัดเพราะอะไร เงยขึ้นไปข้างบนเห็นทหารเดิน ทุกคนก็กลัวไง เมื่อเช้าก่อนที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่สื่อ จะมา คนของเราก็ออกมาเพื่อหาเสบียงไปแจกจ่ายคนข้างใน ก็ยังมีเสียงปืนจากข้างบนลงมาเลย ประมาณ 7-8 โมง มีคนเห็นทหารบนสกายวอล์ค (รางรถไฟ?) ตั้งแต่เมื่อวาน ทุกคนเห็นหมด จนเช้าวันนี้เราเห็นตัวเต็มๆ ที่เดินเพ่นพ่านตลอด และถือสไนเปอร์ตลอด เห็นเยอะมาก

6 ศพมีใครใส่เสื้อกาชาด? -สามคนมีหมดครับ กระทั่งกู้ชีพปอเต็กตึ๊งยังใส่ชุดเลย แม้กระทั่งผมใส่เสื้อวชิรพยาบาลตลอด

ตั้งแต่เก้าโมงที่ทำงานมีคนเจ็บตลอด?- มีตายตลอด มีเจ็บเข้ามาตลอดส่งโรงพยาบาลตำรวจทั้งวัน จนยุติเงียบไปได้พักหนึ่งก็เริ่มมีการระเบิดดังฝั่งเพลินจิต ไม่มีตำรวจทหารทางนู้นก็ไม่มีอะไร มีแต่เสียงระเบิด ฝั่งประตูน้ำก็เริ่มขึ้น ฝั่งปทุมวันยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น มีเสียงปืนบ้าง พอเริ่มประกาศว่าให้ประชาชนกลับบ้านเท่านั้น ระเบิดดังทุกจุด เสียงปืนเข้ามาเรื่อยๆ ทุกคนแห่วิ่งเข้าวัด ส่วนที่เหลือบางคนก็วิ่งไปข้างนอกที่อื่น แล้วดังมาตลอด เช้ามันคือส่วนหนึ่ง บ่ายมันมากขึ้นกว่าตอนเช้า จากที่ไม่เคยมีระเบิด ตึกไฟไหม้ก็เริ่มมี จนถึงเที่ยงคืนก็ใช่ว่าจะหยุด ผมกว่าจะได้นอนกันก็ตีสาม หน้าวัดกระสุนหยุดประมาณตีสอง หน้าวัดเราเงียบ แต่ฝั่งปทุมวันก็มีเสียงดังตลอดทั้งคืน กลางคืนผมกับประชาชนข้างในก็คิดถึงคนข้างใน ก็เลยตัดสินใจว่าเราจะมาเอาเสบียงจากข้างนอก ออกไปก็ยังได้ยินเสียงปึงปังอยู่ ทุกคนก็กลัว กลัวมาก

กินอะไร? -มาม่า เราต้องคลานออกมาจากประตูวัด คลานมาเรื่อยๆ เพื่อมาหาเสบียงจากข้างนอก ปืนก็ยิงมาตลอด ข้างล่างนี่เราไม่เห็นทหารเลย ส่วนข้างบนก็มืดมาก เขาดับไฟหมด มีแต่ข้างในวัดที่ไม่ดับ (อาจมีเครื่องปั่นไฟ-ประชาไท)

มีเจ้าหน้าที่รัฐมาดูแลความปลอดภัยไหม?- ไม่มีเลย

เมื่อวานมีเคสนึง เด็กวัยรุ่นที่โดนยิงต่อหน้าผม พระท่านช่วยผมลากตั้งแต่หน้ารพ.จุฬาจนถึงตรงสามแยกเฉลิมเผ่า เด็กโดนยิงเข้าหน้าอก ตอนนั้นประมาณสิบโมง พระท่านก็ไม่สนใจอะไรแล้ว แล้วศพที่ 5 ในวัดที่พระท่านสละจีวรให้นั่นเราก็ยกเอาจากหน้าวัดเข้าไป เลือดตรงเต็นท์พยาบาลไม่ใช่น้อย ตรงนั้น 3 คน

พื่อนเก่งมีสามคน?- ใช่ครับ มีหน่วยปอเต๊กตึ๊งคนหนึ่ง เขามาช่วยเพราะบ้านอยู่หลังวัดเข้ามาช่วยทุกวัน ช่วยจ่ายยา ทำแผลเล็กๆ น้อยๆ

ผู้หญิงอ้วนๆคือเกด? – ใช่ เป็นหน่วยแพทย์ที่โรงพยาบาล

เกดสนิทกับเก่งไหม? -ทุกคนตรงนั้น สนิทกันหมดเพราะเราอยู่ด้วยกัน กินข้าวด้วยกันอยู่ตรงนั้น เล่นกันตลอด มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผมจะหยุดงานวันศุกร์ก็จะมานอนที่นี่ตลอดเผื่อถ้ามีคนเจ็บ คนป่วยจะได้ประสานรถเข้ามา อย่างข่าวโรงพยาบาลรับคนเป็นไข้หวัด2009 อันนั้นผมก็เป็นคนประสานไป ปกติเราอยู่กันตรงแยกเฉลิมเผ่า แต่วันนั้นตกกลางคืนเสียงปืนดังขึ้นเรื่อยๆ เราก็ตัดสินใจว่าเข้าไปอยู่ในวัดน่าจะปลอดภัย เพราะเป็นเขตอภัยทาน คงไม่มีอะไรกับเราแล้ว

หน่วยแพทย์ในนี้ มีทั้งหมดสี่หน่วย มีอาร์เอสอาร์ ไนติงเกล ฟาเรด แล้วก็หน่วยผม หน่วยพวกนี้เป็นหน่วยที่เขามาทำให้นปช.เอง แต่พูดตรงๆ ว่าหน่วยพวกนี้ไม่สามารถช่วยอะไรคนได้เลยในเวลาวิกฤตจริงๆ

หน่วยของผมคือหน่วยแพทย์อาสาร่วมใจ เราช่วยตั้งแต่ข้างนอกแล้ว ช่วยตั้งแต่วันที่สิบเมษาแล้ว บางคนมองว่าเราเข้ามาช่วยในนี้เราเป็นเหมือนกัน แต่มันไม่ใช่ไง เราเป็นหน่วยแพทย์

ตอนเช้าผมช่วยไป 6 ศพแล้ว ผมก็พยายามช่วยเต็มที่แล้วนะ ทำงานมา 10 ปีผมทำด้วยใจ ทุ่มเทเพื่อคนมาตลอด

นอกจากนี้มีตัวเล็กเป็นคนกาฬสินธุ์ ปอเต๊กตึ๊ง เกดซึ่งเป็นผู้ช่วยหมออยู่ในโรงพยาบาล ลุงอีกคนหนึ่งเป็นชาวบ้านแกก็วนเวียนช่วยบ้างอะไรบ้าง เพราะเต็นท์อยู่แถวนั้นเหมือนกัน เราจะคุ้นกัน และทุกคนใน นปช.จะเห็นหน่วยพยาบาลของผมทุกคน ใครป่วยเราก็ช่วยเบื้องต้น ใครหนักก็ประสานส่งข้างนอก เพราะตอนนั้นโรงพยาบาลตำรวจยังไม่ค่อยอะไรกับเรา ลุงคนนั้นก็ไม่รู้เป็นยังไง ไม่รู้เสียชีวิตไหม แต่แกทรมานมาก กว่ารถจะเข้ามารับได้ก็เกือบตีหนึ่งแล้ว มีเอาคนเจ็บออกไป 4 คน แต่มีคนอ้วนคนหนึ่งโดนยิงเข้าสะโพกขวาไม่ยอมออกไปเพราะเขากลัว ผมเลยให้ยาระงับปวด แก้อักเสบ เขาก็ดีขึ้น แล้วเข้ารักษาที่รพ.ตำรวจเมื่อเช้านี้เอง

ทุกคนก็เสียใจ ผมไม่กินข้าวเลย 2 วัน ตั้งแต่เมื่อวานตอนเช้าที่ไปช่วยคนแล้วน้องที่ไปช่วยคนแล้วโดนยิงผมก็กินอะไรไม่ลง

เมื่อคืนลุงคนนั้นที่โดนยิงเข้าข้างหน้า ออกข้างหลัง รู้อย่างงี้ (ทำมือว่ารูใหญ่) ถามว่าทรมานไหม ทรมานมาก ผมต้องหาไม้ 2 แผ่นมาบล็อกหลังไม่ให้กระดูกมันเคลื่อน ผมดาม เฝ้าดูแล อย่างตัวเล็กน่ะ ผมถามใจจริงๆ ว่าน่าจะรอดไหม น่าจะรอดถ้าหมอทุกคนช่วย

แปลว่าหมอไม่ช่วยหรือ?- เขาเข้าไม่ได้ เพราะทหารมันไม่ให้เข้าเลย จนผมประสานทุกหน่วย ใช้เวลานานมากกว่าจะเข้ามาได้ จนตัวเล็ก อ๊อฟ ไม่ไหวแล้ว

ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงยิงเข้ามาในเขตวัด มันมีอะไร? มี ประชาชนของเราได้ยินว่า ทหารตะโกนว่าพวกมึงอยู่ไปก็รกชาติ กูจะฆ่าให้ตายให้หมด สร้างความเดือดร้อน ทุกคนในวัดผมก็ได้แต่ตะโกนว่าให้วิ่งไปข้างในเพราะมันยิงไม่ถึงหรอก มันเป็นป่า มีศาลา มีห้องใต้ดินของศาลาด้วย แต่ด้านหน้ามันเป็นพื้นที่โล่ง

พวกเราไปตะโกนด่าเขาก่อนหรือเปล่า? ไม่เลย (เน้นเสียง) เพราะทุกคนก็ห่วงแต่คนที่โดนยิงก่อนแล้ว

มีปืนยิงสู้ไหม? -ไม่มีครับ ของเราไม่มีอะไรเลย มีแต่มือเปล่า

เก่งเป็นเสื้อแดงหรือเปล่า?- ไม่ครับ ผมเป็นศูนย์วิทยุร่วมด้วยช่วยกันที่เข้ามาช่วยตรงนี้ด้วยใจ แล้วก็ทำอย่างนี้มาตลอด ไม่ว่าเสื้อแดง เสื้อเหลือง ผมก็เข้ามาทำหน้าที่โดยไม่ได้แบ่งแยกหรืออะไร ต้องถือว่าผมเป็นอาสาสมัครตรงนี้แล้วทำด้วยใจทุกอย่าง ผมเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ตั้งแต่วันที่สิบ คอกวัว ผมก็โดนทหารเอาปืนจ่อหัวนะ ทั้งๆ ที่ใส่เสื้อตรากาชาด ชุดพยาบาลขาว บอกมึงจะเอาศพไปไหน ผมบอกพี่ผมเป็นเจ้าหน้าที่น่ะ มึงอยากยิงกูเลย กูไม่ได้กลัวเลย กูต้องการเอาคนที่นอนพะงาบๆ ดึงออกมาให้เขามีชีวิต กูก็ไม่ได้กลัวมึงยิง กูก็ตาย เขาก็ตาย ก็ไม่ได้กลัวอะไรจากมึงแล้วมาทำอย่างนี้ตายก็คือตาย ต้องการแค่ชีวิตจากตรงนี้ มันก็ชักปืนออก ไม่ยิง มันถอย ผมก็ลากคนนั้นออกมา แต่มาเสียชีวิตข้างนอก เพราะเสียเลือดมาก ก็เหมือนหกศพคราวนี้เป็นรูสามารถมองเห็นหัวใจเขาได้เลย มีสองเคสที่โดนอก ผมอยากรู้ด้วยปืนอะไร ทำไมรูมันใหญ่ขนาดนั้น

ตั้งแต่ทำงานมาเคยเจอหนักอย่างนี้ไหม?- นี่ครั้งที่สองของผม ครั้งแรกสิบเมษา ครั้งที่สองนี่เป็นครั้งที่หนักมากที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมา จากที่อยู่อาสามาสิบปี

ประเมินว่าน่าจะมีผู้เสียชีวิตขนาดไหน?- ผมว่าเยอะมากๆ ผมไม่ได้ใส่ร้ายทหารนะ แต่สิ่งที่เราเห็น สิ่งที่ทุกคนเห็น สิ่งที่ทหารทำ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเอาศพคนตายไป

เห็นกับตาไหม? -ใช่

ตรงไหน?- ศาลาแดง เข้าไปเราโดนยิง แต่พอทหารวิ่งมากลับเอาเชือกผูกแล้วก็ลากไป แต่เราไม่สามารถถ่ายรูปได้ อย่างที่คอกวัวก็เห็นกับตา ยิงปุ้ง ร่วง แล้วเอาใส่รถทันที ไม่เข้าใจว่าทำไมข่าวไม่ลงให้เห็นๆ ว่ารัฐบาลเป็นอย่างนี้เหรอ ผมอยู่ตรงนี้เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง วันที่สิบผมว่าหนักแล้ว มาวันนี้มันยิ่งกว่า

ศาลาแดงเห็นลากขึ้นรถกี่ศพ?- สี่ครับ ถูกทหารลากขึ้นรถไป ประชาชนที่อยู่ตรงนั้นเห็นหมด

ประมาณกี่โมง?- กว่าทหารจะสลายได้ก็ประมาณสิบเอ็ดโมงแล้ว ทหารก็จะวิ่งสลับฟันปลาไปเรื่อยๆ จนถึงบีทีเอสราชดำริ พอถึงตรงนั้นหยุดนิ่งไม่มีเสียงปืน เลยถอนกำลังอาสาทั้งหมด มาอยู่บริเวณวัด ไม่มีเหตุการณ์อะไร พอซักบ่ายสองเริ่มมีเสียงระเบิดฝั่งเพลินจิต ด้านปทุมวันก็เริ่มมีการยิงกัน พอสามโมงกว่าๆ ณัฐวุฒิขึ้นแถลงการณ์มอบตัว เท่านั้นแหละ ระเบิดดังขึ้นทันที หลังเวทีต้องกระจาย ผมเข้าไปเอาเปล ถังออกซิเจน กระเป๋าพยาบาลของผมมาไว้ที่วัดเพื่อช่วยคนเจ็บ หลังจากนั้นก็ออกไปไหนไม่ได้แล้ว ผมต้องอยู่บริเวณวัดและทุกคนก็คิดว่าต้องปลอดภัยที่สุดแล้ว สี่ห้าโมงก็เริ่มแรงขึ้น มันหนักมาก ผมไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีวันนี้ นึกว่าคอกวัวจะเป็นการยุติมากแล้ว แต่พอวันนี้มันหนักมากขึ้นเรื่อยๆ

ตอนสำนักงานตำรวจติดต่อจะมารับประชาชน ตอนเช้าประชาชน ให้ตำรวจมาพูดยังไง ทุกคนจะไม่ออก ถ้าไม่เห็นส.ส.ของพวกเขาเขาก็จะไม่ออก แล้วที่ผมไม่ออกก็เพราะคนยังออกไม่หมดไม่รู้จะเป็นไง แล้วผมก็ห่วงศพ ห่วงศพเพื่อนผมที่ตายว่าจะไปไหนหรือเปล่า ทุกคนก็กลัว ผมเลยต้องอยู่ให้ถึงที่สุด จะเป็นจะตายยังไงผมก็จะอยู่ตรงนั้นแหละ

————————–
ผู้เสียชีวิตบริเวณวัดปทุมวนาราม มี 6 ศพ ทราบชื่อภายหลัง ดังนี้

1. นายวิชัย มั่นแพ อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31/1 หมู่ 7 ต . กระทุ่มล้ม อ . สามพราน จ . นครปฐม

2. นายมงคล เข็มทอง อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3/24 แขวงและเขตปทุมวัน กทม เป็น เจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ๊ง กระสุนทำลายปอด หัวใจ และตับ

3. นายอัฐชัย ชุมจันทร์ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41 หมู่ 11 ต . โพนทราย อ . โพนทราย จ . ร้อยเอ็ด เป็นนักศึกษาพึ่งเรียนจน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

4. นางกมลเกด อัคฮาด เจ้าหน้าที่อาสาของสภากาชาดไทย ถูกยิงเข้าที่ศีรษะทำให้สมองถูกทำลาย อายุประมาณ 40 – 45 ปี ซึ่งเป็นอาสาพยาบาล เสียชีวิตภายในเต็นท์พยาบาล

5. นายอัครเดช ขันแก้ว ชาว ต.หนองผือ อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งถูกยิงเข้ามีที่ศีรษะ ทำให้สมองถูกทำลาย

6. เป็นชายไม่ทราบชื่อกระสุนทำลายปอดและหัวใจ

หมายเหตุ
นายประสาท ภิมเภา ผู้ใหญ่บ้านหนองผือ อ.เขาวง กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นผู้ที่นำรถลงมารับศพนายอัครเดช ขันแก้ว กลับมาประกอบพิธีศพที่บ้าน ได้แจ้งเพิ่มเติมกับประชาไทว่าภายหลังจากที่เขาและคณะได้ไปรับศพผู้เสีย ชีวิตที่แผนกนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ แล้วจึงได้พบว่าในใบชันสูตรได้ระบุสาเหตุการตายของนายอัครเดชว่าเสียชีวิต เนื่องจากศีรษะกระทบกับของแข็ง คณะที่มารับศพจึงได้โต้แย้งไปว่าเป็นการวินิจฉัยที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ทางโรงพยาบาลจึงแก้ไขให้เป็นการเสียชีวิตจากการถูกยิงเข้าที่บริเวณศีรษะ โดยกระสุนทะลุออกบริเวณแก้ม

http://thaiaudio.wordpress.com/2010/05/22/338/


--
โปรดอ่านบล็อก
http://www.pridiinstitute.com
http://www.nakkhaothai.com
http://apps.facebook.com/blognetworks/index.php
http://www.roundfinger.com/
http://twitter.com/sweetblog
http://twitter.com/oknewsblog
http://twitter.com/okblogger
http://twitter.com/sat191
http://www.pacc.go.th/
http://twitter.com/okblogchan
http://twitter.com/sun1951
http://twitter.com/smeblogger
http://twitter.com/seminarblog
http://twitter.com/sunnewsblog
http://twitter.com/okworldblog
http://twitter.com/ktblogger
http://twitter.com/sundayblog
http://twitter.com/mondayblog
http://twitter.com/tuesdayblog
http://twitter.com/wednesdayblog
http://twitter.com/thursdayblog
http://twitter.com/fridayblog
http://twitter.com/saturdayblog
http://www.deepsouthwatch.org/node/687
http://www.tu.ac.th/org/ofrector/tu_council/record/nopporn.htm
http://www.visalo.org/
http://chirpcity.com/bangkok/3

‘I promised. So I’ll stay until the soldiers come and shoot me’

ไทม์ออนไลน์ : เสื้อแดงคนสุดท้าย "ฉันสัญญาว่าจะอยู่ จนกว่าทหารจะมายิงฉัน"

Fri, 2010-05-21 03:58

Richard Lloyd Parry
Times online

ผู้หญิงที่โดดเดี่ยวที่สุดในประเทศไทย นั่งอยู่หน้าเวทีประท้วงของเสื้อแดงกลางกรุงเทพฯ เธอสวมเสื้อยืดสีแดงและผ้ามัดหัวสีแดง ในมือยังมีธงแดงอยู่

ผุสดี นากคำ อยู่ที่นี่มา 43 วันแล้ว เธอนอนอยู่บนเสื่อผืนบางๆ ขณะที่มีสรรพเสียงของเมืองอยู่รายล้อม มีชีวิตอยู่ด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและสุขาที่ยากจะอธิบายสภาพมัน มีอยู่อย่างเดียวที่เปลี่ยนไปคือ ตอนนี้เธออยู่คนเดียวแล้ว

ชื่อเดิม : ฉันสัญญาว่าฉันจะอยู่ จนกว่าทหารจะมายิงฉัน
แปลจาก 'I promised. So I'll stay until the soldiers come and shoot me'
Times online
http://www.timesonline.co.uk/tol/news/world/asia/article7131331.ece
Richard Lloyd Parry

ผู้หญิงที่โดดเดี่ยวที่สุดในประเทศไทย นั่งอยู่หน้าเวทีประท้วงของเสื้อแดงกลางกรุงเทพฯ เธอสวมเสื้อยืดสีแดงและผ้ามัดหัวสีแดง ในมือยังมีธงแดงอยู่

ผุสดี นากคำ อยู่ที่นี่มา 43 วันแล้ว เธอนอนอยู่บนเสื่อผืนบางๆ ขณะที่มีสรรพเสียงของเมืองอยู่รายล้อม มีชีวิตอยู่ด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและสุขาที่ยากจะอธิบายสภาพมัน มีอยู่อย่างเดียวที่เปลี่ยนไปคือ ตอนนี้เธออยู่คนเดียวแล้ว

สองชั่วโมงที่แล้ว ในจุดนี้มีการร้องเพลงสลับปราศรัยกันอย่างว้าวุ่น กับการแสดงความโกรธต่อรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งเป็นความโกรธที่ชอบธรรม (righteous anger) มันยังคงเป็นสถานที่ที่มีความกลัว รถหุ้มเกราะและทหารจากกองทัพไทยมุ่งตรงเข้าหาเสื้อแดง ห่างออกไปไม่กี่ไมล์

คนไทยหลายคนคาดว่าคงมีการสังหารหมู่ (massacre) ที่ร้ายแรงกว่าที่เกิดขึ้นในเดือนที่แล้ว (เม.ย.) ที่มีผู้เสียชีวิต 25 ราย หรือไม่เช่นนั้น กองทัพก็อาจจะแค่เคลื่อนขบวนไปหยุดใกล้ที่ชุมนุมเพื่อกดดันณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเจรจา

มีอยู่ไม่กี่คนหรืออาจไม่มีเลยที่คิดว่า บนเวทีหลังจากนั้นจะมีการแถลงว่า แกนนำได้มอบตัว และการชุมนุมตลอด 2 เดือนที่ผ่านมาจบลง

"ทันทีที่แกนนำบอกพวกเขาให้ออกจากพื้นที่ พวกเขาก็ออกไปหมดภายใน 10 นาที" ผุสดีกล่าว เธอเป็นนางพยาบาลอายุ 45 ปีที่ยังไม่ได้แต่งงาน "มันไม่ถูกเลย เพราะพวกเราสู้เพื่อประชาธิปไตย"

ขณะที่ผู้ชุมนุมอื่นๆ อีกหลายพันคนหลอมรวมตัวเองไปตามฝูงชนในเมือง หรือไม่ก็หลบภัยอยู่ในวัดใกล้ๆ ผุสดี กลายเป็น 'เสื้อแดงคนสุดท้าย' (the Last of the Red Shirts)

"ฉันทำตามสัญญา ฉันสัญญาว่าจะไม่ออกจากพื้นที่ไปจนกว่าพวกเขาจะยุบสภา แล้วพวกเราก็จะได้มีการเลือกตั้ง" เธอกล่าว ท่ามกลางสิ่งรายล้อมคือเก้าอี้ เสื่อ ลำโพงและเครื่องครัวที่ถูกคนทิ้งร้างไว้

"ถ้าพวกเขาไม่ยุบสภา ฉันก็จะยังไม่ออกไป ไม่มีประเทศไหนหรอกที่จะได้รับประชาธิปไตยมาเพียงแค่จากการร้องขอ พวกคุณต้องสู้เพื่อให้ได้มันมา" แล้วเธอจะอยู่ที่นี่นานแค่ไหน? "จนกว่าทหารจะเข้ามาที่นี่" เธอตอบ "และยิงฉัน"

ความคิดนี้ไม่ใช่ความคิดที่ชวนให้เห็นพ้องเท่าไหร่ เพราะตลอดเช้าที่ผ่านมา กองทัพทหารไทยยิงประชาชนทุกคนที่ขวางทาง ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ พอถึงช่วงเย็นวันนั้น เสื้อแดง ผู้ที่ตอนนี้เปรียบเสมือนฮูลิแกนผู้โกรธแค้นและไร้ผู้นำก็เริ่มจุดไฟเผา อาคาร แสดงภาพให้เห็นว่า รัฐไทยมีการใช้กำลังต่อหน้าสายตาชาวโลก แต่จนกระทั่งก่อนถึงช่วงเที่ยงในวันเดียวกันนั้น ก็เหมือนเช่น 4 วันก่อนหน้านี้คือ มีทหารติดอาวุธปืนกลสังหารและทำร้ายผู้คนที่มีอาวุธ ซึ่งอาวุธที่ว่าส่วนใหญ่แล้วคือไม้, ก้อนหิน, ระเบิดขวด และประทัด เท่านั้น

มีชายหนุ่มคนหนึ่งที่ผมเจอเมื่อวันอาทิตย์ (16) ปีนขึ้นไปบนรถหุ้มเกราะซึ่งเรียงรายอยู่เป็นจำนวนมากในเขตเสื้อแดง พยายามโชว์ให้ผมเห็นถึงสิ่งที่เขาจะใช้ต่อสู้ เป็นลูกธนูทำมือ 3 ดอก ทำจากไม้ไผ่เหลาและปลายธนูที่เป็นขนนก แต่ปัญหาคือ เขาไม่มีคันธนูจะยิ่งมัน

แต่เขากลับต้องการใช้มันยิงใส่ หากขบวนเจ้าหน้าที่ที่มีชุดเกราะเคลื่อนเข้ามา ด้วยเครื่องยิงขนาดเล็ก (small catapult) นี่คือคนที่รัฐบาลตราหน้าว่าเป็น 'ผู้ก่อการร้าย' แม้ว่าพวกเขาจะหน้าตาเหมือนตัวการ์ตูนเรื่อง 'แบช สตรีท คิดส์' [1] มากกว่า โอซามา บิน ลาเดน ก็ตาม

มีผู้ต้านรัฐบาลบางกลุ่มที่ที่มีอาวุธ พวกเขาถูกเรียกว่า 'เสื้อดำ' ทหารฮาร์ดคอร์ผู้พยายามหลบเลี่ยงสายตาผู้สื่อข่าวต่างชาติ หรือหลบกระทั่งเสื้อแดง ในช่วงเที่ยงวานนี้ (19) พวกเขามาตรึงกำลังอยู่ที่สถานีรถไฟลอยฟ้าแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ผมเห็นว่า พวกเขามีปืนกลลำหนึ่ง เพื่อนผมบอกว่ามีสอง รวมถึงมีปืนพกด้วย คนที่เหมือนนินจาพวกนี้ยังได้วิ่งไปพร้อมกับของในห่อที่อาจจะเป็นเครื่องยิง ลูกระเบิดหรือไม่ใช่ก็ได้

สิ่งนี้อาจจะเป็นสิ่งเดียวกันกับที่ใช้สังหารนายทหารระดับสูงที่นำขบวน โจมตีเสื้อแดงหรือไม่ก็ได้ แต่ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ อิทธิพลของทหารกองโจรดูมีความสำคัญขึ้นมา ตั้งแต่การเริ่มปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมตั้งแต่วันพฤหัสบดีสัปดาห์ก่อน (13) มีทหารรายเดียวเท่านั้นที่ถูกสังหาร คือเจ้าหน้าที่ทหารอากาศที่ถูกยิงโดยเพื่อนทหารอย่างไม่ได้ตั้งใจ

ผู้เสียชีวิตที่เหลือ ราว 50 ราย รวมถึงผู้ได้รับบาดเจ็บเกือบทั้งหมด เป็นพลเรือน

มีบางคนที่เป็น 'เสื้อดำ' ที่วิ่งเข้ายิงทหารหลังแผงกั้นอย่างไม่กลัวตาย แต่คนอื่น ๆ ก็เป็นประชาชนคนไทยทั่วไปแบบผมนี่แหละ เป็นคนที่คอยหลบอยุ่ตามท้องถนนอย่างเป็นกังวลต่อกระสุนที่ถูกยิงมา ไม่สามารถแม้แต่มองเห็นทหารที่กำลังยิงปืนกลเนื่องจากมีควันจากแนวกั้นลอย บังอยู่

บนท้องถนนนั้น เดาทางไม่ได้เลยว่า กระสุนจะมาจากทางไหน เหยื่อที่ถูกยิงถูกหามออกไปในทุก ๆ ชั่วโมง โดยหน่วยพยาบาลผู้กล้าที่รถพยาบาลส่งเสียงไซเรนกรีดร้องแล่นเข้าแล่นออก สมรภูมิสังหาร

ในทุก ๆ เช้า คนก็ต้องคอยจินตนาการกันไปว่า จะเกิดอะไรขึ้นเวลาที่เขาไปถึงเวทีหลัก ที่มีผุสดีและเพื่อนของเธอคอยอยู่ แม้จะสั่น ๆ บ้าง แต่ถือว่าได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้ว

หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ปราศรัยอย่างณัฐวุฒิ เน้นย้ำถึงความสูงส่งของข้อเรียกร้องของพวกเขา และให้ความสำคัญจนต้องปกป้องด้วยชีวิต ข้อเรียกร้องก็ตรงไปตรงมา คือการที่ให้อภิสิทธิ์ผู้ที่ไม่ได้รับการเลือกตั้งให้เป็นนายกฯ และเข้าสู่ตำแหน่งด้วยวิธีการทางอ้อมจากการรัฐประหาร ออกจากตำแหน่งและมีการเลือกตั้งใหม่

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ผุสดีรู้สึกว่าเธอโดนหลอก "ทุกคนพร้อมจะสละชีวิตอยู่แล้ว" ผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อ พร บอกกับผมขณะหลบภัยอยู่ในวัด "แกนนำเลือกสละเสรีภาพของตัวเองเพื่อรักษาชีวิตของพวกเราไว้"

และไม่ต้องสงสัยเลยว่า ส่วนหนึ่งของเสื้อแดงที่ยังอายุไม่มาก มีความเป็นนักเลงกว่าก็พากันวิ่งไปเผาธนาคาร ตลาดหุ้น และสถานีโทรทัศน์ที่พวกเขาบอกว่าอยู่ข้างรัฐบาล การทำลายล้างเช่นนี้ไม่สามารถหาอะไรมาอ้างได้ แต่ว่าความขัดแย้งนี้ก็ไม่เคยมีอะไรถูกหรือผิดชัดเจน

บางทีแล้ว เราอาจต้องยินดีด้วยซ้ำที่มันไม่ได้นองเลือดเลวร้ายไปกว่านี้ และอย่างเลวที่สุดที่ผุสดีได้เจอ คือความรู้สึกผิดหวัง สำหรับอภิสิทธิ์ ที่ดูเป็นคนสุภาพแล้วนี่คือชัยชนะ แต่ก็เป็นชัยชนะที่คนอย่างเขาต้องรู้สึกอับอาย


--
โปรดอ่านบล็อก
http://www.pridiinstitute.com
http://www.nakkhaothai.com
http://apps.facebook.com/blognetworks/index.php
http://www.roundfinger.com/
http://twitter.com/sweetblog
http://twitter.com/oknewsblog
http://twitter.com/okblogger
http://twitter.com/sat191
http://www.pacc.go.th/
http://twitter.com/okblogchan
http://twitter.com/sun1951
http://twitter.com/smeblogger
http://twitter.com/seminarblog
http://twitter.com/sunnewsblog
http://twitter.com/okworldblog
http://twitter.com/ktblogger
http://twitter.com/sundayblog
http://twitter.com/mondayblog
http://twitter.com/tuesdayblog
http://twitter.com/wednesdayblog
http://twitter.com/thursdayblog
http://twitter.com/fridayblog
http://twitter.com/saturdayblog
http://www.deepsouthwatch.org/node/687
http://www.tu.ac.th/org/ofrector/tu_council/record/nopporn.htm
http://www.visalo.org/
http://chirpcity.com/bangkok/3