"สื่อมวลชน" เหยื่อความรุนแรงทางการเมือง

THAILAND'S VIOLENCE, KING'S SILENCE

วันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ห่ากระสุนในเขตอภัยทาน ความตายหลังยอมแพ้ และศพที่ถูกลากขึ้นรถทหาร (ตอนที่ 1)

ปากคำ ‘เรื่องที่คุณต้องอ่าน’: ห่ากระสุนในเขตอภัยทาน ความตายหลังยอมแพ้ และศพที่ถูกลากขึ้นรถทหาร (ตอนที่ 1)

Fri, 2010-05-21 22:59

หากตัวเลขผู้เสียชีวิตในปฏิบัติการ ‘กระชับพื้นที่’ 19 พ.ค. ที่รายงานโดยศูนย์เอราวัณเมื่อวันที่ 20 พ.ค.มี 13 ราย คุณเชื่อหรือไม่ 50% ของผู้เสียชีวิตนี้ถูกฆ่าในวัด และคุณเชื่อหรือไม่ ในจำนวนนี้เป็นหน่วยพยาบาลถึงครึ่งหนึ่งซึ่งถูกฆ่าในขณะช่วยเหลือเพื่อน มนุษย์

แกนนำ นปช.ประกาศขอมอบตัวและให้ประชาชนกลับบ้านตั้งแต่ช่วงบ่ายแก่ของวันที่ 19 พ.ค.เพราะทหารเริ่มล้อมเข้ามาใกล้มากขึ้นขณะที่ความสูญเสียชีวิตไร้วี่แวว สิ้นสุด แต่หลังจากนั้นเหตุการณ์กลับวุ่นวายโกลาหล มีเสียงระเบิด เสียงปืน ทำให้ประชาชนกระเจิดกระเจิงหลบเข้าสถานที่ต่างๆ ขณะที่บางส่วนที่ทยอยเดินทางออกก่อนหน้านั้นสามารถไปลงทะเบียนยังเต๊นท์ของ เจ้าหน้าที่ทหาร และเต็นท์ของกระทรวงมหาดไทยได้ พวกเขาสามารถขึ้นรถบริการไปส่งยังสถานีขนส่งหมอชิต และสถานทีรถไฟบางซื่อ แต่ก็เพียงหลักไม่กี่ร้อยคน หลังจากนั้นก็ไม่มีใครเดินออกมาอีก เจ้าหน้าที่บางคนที่เต็นท์บอกว่า “พวกผู้ชุมนุมไม่ยอมออกมา”

กระทั่งในช่วงค่ำจึงมีรายงานข่าวว่า มีผู้คนที่ติดอยู่ในวัดปทุมวนารามจำนวนมากไม่ต่ำว่าสองพันคน รวมทั้งอยู่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติอีก รวมแล้วหลายพัน โชคดีที่มีผู้สื่อข่าวต่างชาติติดอยู่ที่นั่นด้วย 4-5 ชีวิต และผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ไทยฉบับหนึ่งอีก 1 ชีวิต ชะตากรรมเลวร้ายซ้ำซ้อนของพวกเขาจึงถูกบอกเล่า ไม่เงียบหาย หรือถูกมองว่าเป็นข่าวลือใส่ร้ายรัฐบาลของหมู่เสื้อแดง

เขตของวัดปทุมวนารามถูกประกาศโดยหลายหน่วยงานก่อนหน้านี้ว่าเป็น เขตอภัยทาน มีป้าย “เขตอภัยทาน” ตัวใหญ่ติดไว้ด้านหน้าวัดอย่างชัดเจน เราต่างโล่งอกว่าพวกเขาจะปลอดภัยในเบื้องต้น แล้วค่อยคิดหาทางช่วยเหลือในวันรุ่งขึ้น แต่ทุกอย่างไม่เป็นไปอย่างที่ผู้คนเข้าใจ

“เขตอภัยทาน” ไม่ใช่ที่ที่จะได้รับการละเว้น

คนบ้านนอกคอกนา ผู้หญิง คนแก่ จำนวนมากที่ไร้อาวุธ ไม่ใช่ผู้ที่จะได้รับการละเว้น

หน่วยพยาบาล หน่วยกู้ชีพที่ทำงานเชิงมนุษยธรรม ไม่ใช่ผู้ที่จะได้รับการละเว้น

ความพ่ายแพ้ทางการเมืองยังไม่ทำให้พวกเขายับเยินเพียงพอ หลายคนถูกซ้ำเติมให้พ่ายแพ้แก่ชีวิตด้วย แม้ ณ นาทีที่ประกาศยอมแพ้แล้ว

แอนดริว บันคอมบ์ นักข่าว นสพ.ดิ อินดีเพ็นเด้นท์อยู่ ที่นั่นและได้รับบาดเจ็บถูกยิงที่ขา เขียนเล่าเรื่องราวว่า “ระบุไม่ได้จริงๆ ว่ากระสุนที่โดนขาผมนั้นยิงมาจากตรงไหน และไม่สามารถตอบได้ว่า ทหารยิงกราดไปทั่วอย่างไร้บันยะบันยังด้วยเหตุผลอันใด ลูกปืนที่กราดเข้ามานั้นยิงจากสไนเปอร์หรือพลทหารธรรมดา? ที่ค่อนข้างแน่ใจทีเดียวก็คือว่า กระสุนมาจากฝั่งทหารคงไม่สามารถตอบได้ว่าใครเป็นคนสั่งให้ทหารยิงไม่เลือก หน้า ทั้งๆ ที่อยู่ในระยะใกล้ผู้คนจำนวนมาก ผู้คนซึ่งเกือบทั้งหมดไม่พกอาวุธ ไม่ได้ทำตัวเป็นอันตราย และได้ออกจากพื้นที่ชุมนุมตามคำขอของทางการแล้ว หากพวกเขามีโอกาสที่จะออกจากตรงนี้ไปได้อย่างปลอดภัย ก็ทำอย่างนั้นไปแล้ว ทุกคนทราบดีว่า นี่เป็นจุดจบของการต่อสู้ อย่างน้อยก็เป็นจุดจบของขั้นตอนนี้ของการต่อสู้ บรรดาผู้นำระดับสูงสุด ต้องตอบคำถามสำคัญเร่งด่วนหลายประการทีเดียวในกรณีนี้”

“ที่ตลกร้ายก็คือว่า โรงพยาบาลตำรวจตั้งอยู่ใกล้ประตูทางเข้าวัดเพียงนิดเดียวเท่านั้นเป็นโรง พยาบาลที่ว่ากันว่า เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมสำหรับปฏิบัติการยามเกิดเหตุเช่นนี้มานานเป็นเดือน แล้ว ไม่มีใครกล้าหามผู้บาดเจ็บข้ามถนนไปส่งโรงพยาบาลเพราะถนนได้กลายเป็นสนามยิง ปืนไปแล้ว”

สตีฟ ทิคเนอร์ ช่างภาพชาวออสเตรเลีย บอกว่าเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาเขาเห็นผู้ชายคนหนึ่งโดนยิงจากทหารแค่ไม่กี่เมตรจากวัด

“ผมเห็นกระสุนพุ่งทะลุร่างคนนั้นออกมาจากหน้าอกและคนนั้นก็ล้มลง” ทิคเนอร์กล่าวและว่า เมื่อเขาและพระพยายามจะเข้าไปช่วย พวกเขาก็ถูกยิงใส่

“เก่ง” เป็นหน่วยกู้ชีพอาสาที่อยู่ที่นั่นด้วยเช่นกัน เขาเป็นแนวหน้าผู้กล้าหาญ คอยฝ่าดงกระสุนเพื่อไปดึงเอาศพ หรือคนเจ็บหนักที่ล้มคว่ำห่างไปไม่กี่สิบเมตรกลับเข้ามา เขาอยู่กับความตาย (ของคนอื่น,คนข้างๆ) และการเสี่ยงตาย(ของตัวเอง) มาตั้งแต่สายวันนั้น กล้องของสื่อมวลชนทุกตัวอยู่หลังแนวทหาร แต่ตัวเขาอยู่หลังแนวผู้ชุมนุม เขาจึงเห็นสิ่งที่เราไม่เห็น มีคนล้มคว่ำคนแล้วคนเล่า เพียงเพราะจะวิ่งเข้าไปเอา “ศพ” ของ “เพื่อน” ที่พวกเขาไม่เคยรู้จักมักจี่ พวกเขาต่างเกรงว่าจะไม่หลงเหลือหลักฐานใดยืนยันความโหดร้ายและการตายของ มนุษย์หนึ่งๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทหารสาดกระสุนใส่ “หน่วยกู้ชีพ” สวมชุดวชิระพยาบาลไม่ให้เข้าถึงผู้ตาย หากแต่เมื่อกองกำลังของทหารเข้าถึง กลับเอาเชือกมัดศพ แล้วลากไปไว้บนรถทหาร

ดูเหมือนมันเลวร้ายเกินกว่าที่ใครจะเชื่อได้ว่าเกิดขึ้นจริง …

มันเป็นเรื่องเล่าซึ่งเขากล้าหาญพอที่จะออกยืนยันในสิ่งที่ตาของเขาเห็น กับผู้สื่อข่าวทีวีหลายสำนักในวัดปทุมฯ ในวันรุ่งขึ้น รวมถึงประชาไท หากจะมีข้อเท็จจริงใดที่เบี่ยงเบนออกไปจากความเป็นจริงก็ขอให้แต่ละฝ่ายนำ หลักฐานข้อมูลออกมายืนยันต่อสู้กัน

เพราะเก่งไม่ใช่เสื้อแดง เขาเป็นหน่วยแพทย์อาสาที่ทำงานมากว่า 10 ปี เขาและเพื่อนๆ เสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยชีวิตผู้อื่นรวมถึงคนเสื้อแดงท่ามกลางดงกระสุน ท้ายที่สุดเขาและเพื่อนก็ยังเลือกที่จะ “เสี่ยงชีวิต” อีกครั้งเพื่อช่วยให้คนอื่นได้เห็นในสิ่งที่พวกเขาเห็น หากจะมีใครที่เราควรนับถือ น่าจะนับรวมพวกเขาด้วย หากจะมีใครที่สังคมต้องร่วมปกป้องจากภัยมืดทั้งปวง พวกเขาก็ควรเป็นหนึ่งในนั้น

Aran Thanarat เสื้อแดงขอพูดบ้าง http://www.youtube.com/watch...
http://thaiaudio.wordpress.com/2010/05/22/%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%B3-%E2%80%98%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87/

--
โปรดอ่านบล็อก
http://www.pridiinstitute.com
http://www.nakkhaothai.com
http://apps.facebook.com/blognetworks/index.php
http://www.roundfinger.com/
http://twitter.com/sweetblog
http://twitter.com/oknewsblog
http://twitter.com/okblogger
http://twitter.com/sat191
http://www.pacc.go.th/
http://twitter.com/okblogchan
http://twitter.com/sun1951
http://twitter.com/smeblogger
http://twitter.com/seminarblog
http://twitter.com/sunnewsblog
http://twitter.com/okworldblog
http://twitter.com/ktblogger
http://twitter.com/sundayblog
http://twitter.com/mondayblog
http://twitter.com/tuesdayblog
http://twitter.com/wednesdayblog
http://twitter.com/thursdayblog
http://twitter.com/fridayblog
http://twitter.com/saturdayblog
http://www.deepsouthwatch.org/node/687
http://www.tu.ac.th/org/ofrector/tu_council/record/nopporn.htm
http://www.visalo.org/
http://chirpcity.com/bangkok/3

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น